จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง เข้าตรวจค้น 9 จุด 7 จังหวัด พบเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ซึ่งได้ยึดอาวุธไว้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ต้องสงสัย 9 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวทั้งหมดมาสอบที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ประกอบด้วย นายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือระพิน อายุ 55 ปี นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี นายทศพล เกษโกศล อายุ 25 ปี จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 57 ปี ว่าที่ ร.ต.สุริยฉัตร ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี น.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ หรือแสนรัก อายุ 60 ปีทั้งนี้ในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บก.ป.นั้น นายธีรชัย ได้เปิดเผยกับพล.ต.อ.ศรีวรา รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.)ว่า ตนเองนั้นได้เข้าทำงานกับโกตี๋ และเมื่อประมาณปี 2556 มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานช่าง ดูแลวิทยุ อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในการออกอากาศสถานีวิทยุคนเสื้อแดง เรดการ์ดเรดิโอ ส่วนอาวุธปืนของกลางทั้งหมด เป็นอาวุธปืนที่โกตี๋ รับบริจาคเงินจากชาวบ้านแล้วนำไปซื้อมา ไม่ทราบว่าซื้อมาจากที่ไหน เท่าที่ทราบอาวุธปืน เคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุเพียง 2 ครั้ง คือกรณีการชุมนุมที่เวทีอนุสรณ์สถานดอนเมือง เพื่อใช้สำหรับป้องกันเหตุ และครั้งที่ 2 บริเวณแยกหลักสี่ในระหว่างที่มีการปะทะกับกลุ่ม กปปส. หลังรัฐประหาร โกตี๋ ก็กำชับกับตนให้นำอาวุธปืนและอุปกรณ์ทุกอย่างที่สถานีวิทยุคนเสื้อแดง เรดการ์ดเรดิโอ จ.ปทุมธานี มาเก็บไว้ที่บ้านของตน

       นอกจากนี้ นายธีรชัย ยังกล่าวอีกว่า เคยเดินทางไปพบโกตี๋ ที่ประเทศลาว ประมาณ 3 ครั้งครั้งล่าสุด เดินทางไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งในเรื่องที่เคยพูดคุยกันนั้นเป็นการสอบถามว่าจะมีแนวทางที่จะต่อต้านรัฐบาลอย่างไร โกตี๋ บอกว่า มีผู้ใหญ่ระบุว่ามีอาวุธอยู่ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ แต่โกตี๋ ก็ไม่เคยเห็นอาวุธในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ส่วนผู้ใหญ่ที่นายโกตี๋ กล่าวอ้างนั้นน่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ซึ่งตนเคยพูดคุยทางโทรศัพท์กับอดีตรัฐมนตรีคนดังกล่าวด้วยทุกครั้งที่ไปพบกับโกตี๋นั้น ไม่มีคำสั่งให้กลับมาก่อเหตุความวุ่นวายใดๆ และเชื่อว่าลำพังนายโกตี๋ ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อเหตุได้ ส่วนกรณีการขู่ลอบสังหารผู้นำประเทศนั้น มีการขู่จริง