หึงโหดระแวงเมียรักปันใจ ตบตี-ขี่จยย.ทับร่างสาหัส
สาวปากน้ำ ถูกสามีโหดทำร้ายสาหัส ใช้หมวกกันน็อกฟาดหน้า ขี่จยย.ทับร่าง ซ้ำกักขังใช้มีดจี้ลูกชายวัยขวบเศษเป็นตัวประกัน หลังหาเรื่องทะเลาะระแวงฝ่ายหญิงปันใจชายอื่น พร้อมจี้คดีตำรวจช่วยให้ความเป็นธรรม
เดินทางไปที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เพื่อเยี่ยม น.ส.บูม (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากถูกสามีทำร้ายร่างกาย กักขัง ใช้มีดจี้ และพยายามขี่รถจักรยานยนต์ทับร่าง หลังทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะฝ่ายชายระแวงกลัวว่าภรรยาจะปันใจไปให้ชายอื่นนายหนุ่ม (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ร้องเรียนว่าน.ส.บูม น้องสาว ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกสามีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางด้านคดี โดยนายหนุ่ม กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนเองได้รับแจ้งจากมารดาว่าที่บ้านกำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะน้องเขย คือ นายต้อง (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ซึ่งทำงานเป็นเซลล์ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดัง หาเรื่องทะเลาะกับน.ส.บูม น้องสาว ทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ใช้หมวกกันน็อกฟาดเข้าที่หน้าหลายครั้ง จนมีร่องรอยเขียวช้ำไปทั่วร่าง และใบหน้าบวมปูด ก่อนนำตัวเข้าไปขังในห้องนอน  และใช้มีดจี้จับตัวลูกชายวัย 1 ปี 6 เดือน เป็นตัวประกันไว้ที่ระเบียงบ้านชั้น 2 ย่าน อ.เมืองสมุทรปราการ จากนั้นตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งจากการตรวจค้นภายในตัวนายต้องพบกัญชาจำนวนหนึ่ง และอาวุธปืนปากกาอยู่ภายในตัว จึงนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีนายหนุ่ม กล่าวต่อว่า ตนพอจะรู้ถึงพฤติกรรมนายต้องมาก่อนหน้านี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนได้รับฉายาว่า “โก๋ต้อง ซอยตรากบ” และก่อนที่จะมาอยู่กินกับน้องสาวตน เป็นเพราะว่านายต้องมาชอบพอคอยดักเทียวรับเทียวส่งซึ่งตอนนั้นน้องสาวตนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย จนกระทั่งตั้งครรภ์ นายต้องก็ได้พาพ่อซึ่งเป็นตำรวจและแม่มาขอขมาและทางบ้านตนก็ให้อภัยและรับเข้ามาอยู่ในครอบครัว ตลอดเวลาที่ผ่านมานายต้องยังคงมีพฤติกรรมเดิมๆ ก้าวร้าว และมีอารมณ์ฉุนเฉียว หาเรื่องทะเลาะกับน้องสาวตนเป็นประจำ สาเหตุเป็นเพราะเรื่องหึงหวง บางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตี เมื่อประมาณเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นายต้องหาเรื่องทำร้ายน้องสาวตนนั้น แม่ของตนได้เข้าไปห้ามปรามกลับถูกนายต้องใช้อาวุธปืนชี้หน้าและบอกว่าอย่ามายุ่งเป็นเรื่องของผัวเมีย ตนเองไม่ได้พักอยู่ที่บ้านแต่จะแวะเวียนไปเยี่ยมแม่และน้องสาวเป็นประจำ จึงรู้ว่าทุกคนต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา ทุกครั้งหลังเกิดเรื่องเมื่อตนไปสอบถามกับนายต้อง ก็จะเข้ามายกมือไหว้ขอโทษทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ตนทนไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ว่าน้องสาวและหลานชายจะเป็นอันตรายเมื่อไหร่ นี่ยังโชคดีที่รอดชีวิตมาได้  ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนี้ 2 วันก่อน น้องสาวตนได้เล่าว่า ขณะที่ทะเลาะกับนายต้องอยู่นั้นถูกบังคับให้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอกด้วย และนายต้องได้ขับฉวัดเฉวียนจนตกลงจากรถ แต่แทนที่นายต้องจะลงมาช่วยกลับขี่รถจักรยานยนต์ทับร่างผ่านไปเฉยๆ โชคยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายต้อง ในคดีมีกัญชาไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง พร้อมส่งฝากขังไปเมื่อวานนี้ ซึ่งได้คัดค้านการประกันตัว ก่อนถูกควบคุมตัวไปกักขังที่เรือนจำจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนในคดีทำร้ายร่างกายน.ส.บูม สาหัสนั้นยังไม่ได้แจ้งข้อหา และทางญาติยังได้แจ้งว่าหลังผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ข่มขู่ว่าหากหลุดคดีจะออกมาเอาคืน จึงได้เน้นย้ำขอให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย ซึ่งขณะนี้น.ส.บูม รู้สึกตัว พูดได้นิดหน่อย และต้องรอผลการสแกนสมองว่าได้รับความกระทบกระเทือนหรือไม่ ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด