เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นางปราณี สิงห์ละคร อดีตนายกเทศมนตรี ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้นำนายจำรัส ไชยดา อายุ 53 ปี นางแดง ไชยดา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.1 ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เข้าขอความช่วยเหลือจากนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำศพนางละมัย รูบิโน่ อายุ 37 ปี ลูกสาว พร้อมด้วยน.ส.สุคนธรัตน์ ร่มสบาย (รูบิโน่) อายุ 19 ปี และด.ญ.สุดารัตน์ แสนบุตร อายุ 14 ปี ลูกสาวของนางละมัย กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย หลังถูกนายอันโทนิโอ รูบิโน่ สามีใช้ขวานสังหารอย่างเหี้ยมโหด ในบ้านพักที่ประเทศเยอรมนี โดยมีนายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้รับเรื่อง

 


นายจำรัสกล่าวว่า เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่รู้จะทำอย่างไรจึงไปยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยที่ผ่านมานางละมัย ลูกสาวได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับนายอันโทนิโอ สามีชาวเยอรมัน ตั้งแต่ปี 2548 ต่อมานำลูกสาว 2 คนที่เป็นลูกติดกับอดีตสามีของนางละมัยไปจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของนายอันโทนิโอเมื่อปี 2549  และทั้งสามคนเดินทางไปอาศัยอยู่กับนายอันโทนิโอที่เยอรมนี กระทั้งต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อนของลูกสาวติดต่อมาบอกว่านางละมัย พร้อมลูกสาว 2 คนถูกนายอันโทนิโอ ฆ่าตายในบ้านพักที่เมืองราเวนสบูร์ก ซึ่งศพนำไปไว้ที่วัดไทยแห่งหนึ่งในเมืองดังกล่าว

 


นายจำรัสกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองราเวนสบูร์ก ประเทศเยอรมัน ได้จับกุมนายอันโทนิโอ เป็นผู้ต้องหา และทราบว่าสื่อมวลชนเยอรมันออกข่าวเกี่ยวกับคดีนี้อย่างครึกโครม  แต่ที่ประเทศไทยกลับไม่มีข่าวอะไรเลย ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จะพึ่งใคร จึงเข้าขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรม เพราะอยากไปดูศพลูกสาว และหลานสาวครั้งสุดท้าย แต่ถ้าหากไม่สามารถเดินทางไปได้ ก็ขอให้นำศพของทั้ง 3 คนกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ไทยบ้านเกิด

 


“ทั้งนี้หากไม่สามารถนำศพมาได้ก็ขอให้ได้นำเถ้ากระดูกของทั้ง 3 แม่ลูกกลับบ้านเกิดก็ยังดี ดังนั้นทางครอบครัวจึงขอความกรุณารัฐบาลไทยช่วยเหลือ เพราะยังไม่มีการแจ้งอะไรจากสถานทูตไทยให้ครอบครัวทราบเลย”นายจำรัสกล่าวทั้งน้ำตา
นายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว พร้อมทั้งรายงานไปยังนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้สั่งการให้เร่งประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และกรมการกงสุล เพื่อให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นจากการประสานงานทราบว่าครอบนางละมัยได้เข้าไปร้องขอความช่วยเหลือที่กรมการกุศลแล้ว โดยขอความช่วยเหลือให้ทำการฌาปณะกิจแล้วส่งกระดูกกลับมายังบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้กรมการกงสุลอยู่ระหว่างการประสานงานทั้ด้านกฏหมายกับเยอรมนี เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำการชันสูตรศพประกอบสำนวนดำเนินคดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา แต่ยืนยันว่าทางกุศลจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่