ย้อนรอย คดีฆ่าหั่นศพสุดสะเทือนขวัญ หลายเหตุการณ์ในอดีตล้วนสร้างความหวาดกลัวให้สังคม ไม่แพ้กรณีน้องแอ๋มในปัจจุบัน

กำลังเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม กรณีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม หรือ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ ซึ่งภายหลังพบว่ามือฆ่าคือ นางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว ก่อนเธอจะร่วมกับพวก หั่นศพผู้ตายเป็นสองท่อน และนำไปฝังไว้ที่ไร่อ้อยใน อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ปมมาจากความแค้นส่วนตัว รวมถึงอาจเอี่ยวกับขบวนการยาเสพติดอีกด้วยนั้น

แม้คดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม จะดูน่าหวาดกลัวและโหดเหี้ยม แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ก็เคยมีเหตุการณ์ชวนสยองขวัญเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในโอกาสนี้เราจะย้อนไปดูคดีฆ่าหั่นศพ ที่คนไทยยากจะลืมเลือนได้ลง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

นายจ้างโหด ฆ่าแม่บ้าน-เอาน้ำกรดหยอดตาลูกเลี้ยง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่  29 ตุลาคม 2556 มีผู้พบศพ นางสาวสุภาพ เดชไทย แม่บ้านจากบริษัทจัดหางาน ย่านรามอินทรา โดยสภาพผู้ตายถูกหั่นหัวนม เปลือยกายมัดสายไฟ ยัดถังพลาสติก ก่อนนำไปโยนทิ้งในเขตท้องที่ สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา เพื่ออำพรางคดี นำมาซึ่งการจับกุม นายจักรกฤษณ์ จาริกานนท์ วัย 35 ปี ผู้เป็นนายจ้าง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 โดยที่ผ่านมามักชอบอ้างตัวเป็นตำรวจ ซึ่งหลังจับกุมผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นคนอารมณ์ร้อน คุมตัวเองไม่ได้ จึงทำร้ายลูกจ้างหลายครั้ง และขู่ว่าถ้าหลบหนีจะไปฆ่าลูกสาว วันที่เกิดเหตุมีปากเสียงกันจึงลงมือฆ่าดังกล่าว

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ทั้งนี้หลังบุกตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาก็ต้องเจอกับภาพสุดสลด เมื่อพบเด็กหนุ่มวัย 17 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเพื่อนนายจักรกฤษณ์ อยู่ในอาการสาหัส ร่างกายถูกทำร้าย ดวงตาบอดเพราะถูกน้ำกรด ซ้ำยังถูกถอนฟันทีละซี่ เหตุเพราะคนร้ายต้องการเอาไปเบิกเงินกับบริษัทประกันภัยที่ทำไว้หลายแห่ง และได้เงินไปแล้วกว่า 1 ล้านบาท เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้น

รวบฆาตกรต่อเนื่อง ฟันคอ-หั่นศพ หัวเราะร่วนระหว่างสอบสวน

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 เกิดเหตุคนร้ายฆ่าหั่นศพ นายปัญญา ทองศรี อายุ 50 ปี ที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี แยกชิ้นส่วนออกเป็น 5 ชิ้น ก่อนนำไปยัดใส่กระสอบและถังพลาสติก ในที่เกิดเหตุพบเขียงไม้และพลาสติกที่เต็มไปด้วยเลือด ใบตองที่ตัดวางไว้รองชิ้นส่วนของผู้ตาย ถังรองเลือด และมีดปลายแหลมยาว 50 เซนติเมตร ก่อนที่ต่อมาจะจับคนร้ายได้คือ นายสถาพร สีเชียงสา อายุ 20 ปี โดยมีหลักฐานคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่คนร้ายกำลังขี่จักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนี

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

อย่างไรก็ดี ต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2559 คนร้ายก็ได้ก่อเหตุฆ่า นายสำราญ ศรีมุงคุณ ด้วยการฟันคอจนขาด ที่ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุคดีแรก 70 กิโลเมตร ก่อนที่วันเดียวกันจะใช้มีดปาดคอและทำร้าย นายพลเทียม โสภา จนบาดเจ็บ และต่อมาก็ได้ใช้มีดฟันศีรษะ นางเหง่า ดอนปราบ พร้อมขโมยเด็กวัย 2 ขวบหลบหนีไป ก่อนจะถูกจับกุมได้ ซ้ำภาพที่ออกมาตอนสอบปากคำ พบว่าคนร้ายไม่รู้สึกสลด และหัวเราะออกมา คาดว่ามีอาการหลอนจากยาเสพติด ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู และแยกขังเดี่ยวเพราะเกรงจะคลุ้มคลั่งทำร้ายนักโทษด้วยกัน

คดีแก๊งข้ามชาติ ฆ่าหั่นศพยัดตู้แช่

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

อีกหนึ่งข่าวที่ชวนติดตาม กรณีที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ภายในซอยสุขุมวิท 56  แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 หลังได้รับข้อมูลว่าซุกซ่อนยาเสพติดและเป็นแก๊งปลอมพาสปอร์ต ปรากฏว่ากลับถูกกลุ่มคนร้ายยิงต่อสู้ จนบาดเจ็บ แต่เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้จึงตรวจค้นบ้าน แต่สิ่งที่ต้องตะลึงคือ การพบศพชายชาวต่างชาติ ถูกหั่นเป็น 6 ชิ้น แช่แข็งเอาไว้ในตู้แช่ขนาดใหญ่ ภาพถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ และเสียชีวิตมากว่า 7-8 ปี แล้ว

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ต่อมาทราบว่า คนร้ายคือ เฮอร์เบิร์ต เครก ลาฟอง หนึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับจากคดีแก๊งปลอมพาสปอร์ต หลังได้ร่วมมือกับพวกอีก 3 คน ทำร้ายผู้ตายเพื่อหวังจะทวงหนี้ ด้วยการใช้วัสดุรัดคอ จนเสียชีวิต ก่อนจะสั่งซื้อตู้แช่ขนาดใหญ่ และเอาเลื่อยมาหั่นศพเป็นชิ้น ๆ ก่อนแช่แข็ง ซึ่งทิ้งศพไว้ในนั้นตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ส่วนผู้ตายทราบภายหลังว่าคือ นายชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ดิตเลฟสัน ชาวสหรัฐฯ ส่วนในเรื่องการเอาผิดคนร้ายนั้นคดียังไม่สิ้นสุด เพราะพบว่า เจ้าตัวมีคดีค้างเก่าที่สหรัฐฯ เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ฆ่าหั่นศพสาวเล็บแดง แฟนเก่าวาดภาพ-วางแผนชำแหละ

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

อีกหนึ่งคดีชวนสยอง ย้อนไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2557 ได้มีการพบศีรษะของผู้หญิงลอยน้ำอยู่ในคลอง จ.สมุทรปราการ ลักษณะถูกโกนผมออกจนโล้น มีการสักคิ้วถาวร ก่อนจะพบว่าเป็นชิ้นส่วนเดียวกับท่อนแขนมนุษย์ ที่พบแถวสำโรงเหนือ และถนนสุขุมวิทรางรถไฟสายเก่า ลักษณะคือมือทาเล็บสีแดง โดยคนร้ายได้กระจายจุดทิ้งชิ้นส่วน ภายหลังทราบชื่อว่าผู้ตายคือ นางสมยศ นมัสการ กุ๊กที่ผับย่านนวมินทร์ ซึ่งหายตัวไปครั้งสุดท้ายขณะที่ไปหา นายแอ้ม หรือ นายธานี พ่อแก้ว ซึ่งเป็นแฟนเก่า

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบห้องพักของ นายแอ้ม  ก็ต้องเจอเรื่องชวนสยอง เพราะพบว่าคนร้ายได้วาดภาพนางสมยศไว้ว่าจะชำแหละส่วนใดก่อน คาดว่าคงลงมือชำแหละศพเป็นชิ้น ๆ ใส่กล่องโฟมที่ใช้ใส่ปลาหมึกขาย แล้วนำไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ และยังพบจดหมายระบายความแค้นที่นางสมยศตีจากไปด้วย ซึ่งปมที่ต้องฆ่าหั่นศพครั้งนี้ก็มาจากการถูกบอกเลิกดังกล่าว ก่อนที่เจ้าตัวจะต้องติดคุกยาวข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ

นพ.วิสุทธิ์ ฆาตกรรมซ่อนเงื่อนฆ่าหั่นศพ หมอผัสพร

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

หนึ่งในคดีที่ยังเป็นที่จดจำของสังคม สำหรับคดีของ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยย้อนไปเมื่อปี 2544 นพ.วิสุทธิ์  ได้เข้าแจ้งความว่า หมอผัสพร แพทย์หญิงโรงพยาบาลรถไฟ ซึ่งเป็นภรรยา ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่จากการสืบสวนได้มีภาพว่า นพ.วิสุทธิ์ เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับภรรยา ก่อนจะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเขาคือฆาตกรเสียเอง โดยนำผู้ตายไปกักขัง และฆ่า ก่อนจะหั่นศพและนำไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่ออำพรางคดี ซึ่งปมในครั้งนั้นคือเรื่องการหย่าร้างและแบ่งทรัพย์สิน

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2550 ศาลได้ตัดสินให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์  แต่ต่อมา นพ.วิสุทธิ์ ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง จนล่าสุดได้ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำในวันที่ 4 สิงหาคม 2557 รวมเวลาที่ถูกจำคุกราว 10 ปี 9 เดือน ซึ่งปัจจุบัน นพ.วิสุทธิ์ ได้ตัดสินใจปฏิบัติธรรมด้วยการบวชเป็นพระ โดยได้รับฉายาว่า “ถิระปุญโญ”

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

เสริม สาครราษฎร์ ฆ่าหั่นศพ ชำแหละแฟนสาว

ย้อนอดีต 6 คดีฆ่าหั่นศพสยอง

หากพูดถึงคดีที่โด่งดังและสร้างความสยองขวัญจนเป็นที่จดจำมาถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้นกรณี เสริม สาครราษฎร์ นักศึกษาแพทย์ ที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพแฟนสาว น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี นักศึกษาแพทย์ ปี 5 มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจากโกรธที่ น.ส.เจนจิรา มีผู้ชายคนใหม่และตีตัวออกห่าง เมื่อปี 2541 ซึ่งคดีมีความซับซ้อนเพราะคนร้ายให้การเท็จในเบื้องต้น ก่อนที่จะพบว่าเขาตั้งใจฆ่าแฟนด้วยการใช้ปืนจ่อยิงเข้าที่ขมับซ้าย จากนั้นจึงลงมือชำแหละศพทิ้งลงชักโครก ก่อนนำชิ้นส่วนที่เหลือไปทิ้งแม่น้ำบางปะกง

ทั้งนี้ แม้จะโดนโทษประหารชีวิต แต่เมื่อเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา เสริม สาครราษฎร์ ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังได้รับอภัยโทษ โดยเจ้าตัวเผยว่า อยากจะออกไปอยู่เงียบ ๆ ไม่อยากเป็นข่าว เพราะกลัวจะกระทบต่อความรู้สึกของครอบครัวและญาติผู้เสียหาย โดยปัจจุบันเขายังเรียนจบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ เพิ่มเติมอีกด้วย