จากกรณีที่ เมื่อ 11 มี.ค. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มูลนิธิ 14 ตุลา จัดงานเนื่องในวาระครอบรอบ 45 ปี 14 ตุลา โดยมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงการปฐกถาธรรม โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ‘ท่าน ว.วชิรเมธี’ซึ่งการปฐกถาธรรมของท่าน ว. ในวันนั้น ทำให้เกิดกระแสสังคมวิพากษ์ิวจารณ์อย่างมากมาย

โดยล่าสุด “พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ” หรือ “พุทธะอิสระ” ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊กถึงกรณีนี้ โดยระบุว่า

“คำพูดตอนหนึ่งของ ว.โลกสวย พูดในงานรำลึกถึง ๑๔ ตุลา ว่า

ชนชั้นกลางในเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร อยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตยได้อย่างไร

ทั้งๆ ที่ถือว่าเป็นผู้มีการศึกษาที่สุดในประเทศ

แต่แล้วทำไมกลุ่มคนที่ถือว่า มีการศึกษาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ถึงอยู่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย

ฟังลีลา ว.โลกสวย แล้วคิดอย่างไรกันบ้างหละพี่น้อง

ไม่รู้ว่าตอนรัฐบาลประชาธิปไตยของน้อง ว.โลกสวย ลักหลับออกกฎหมายนิรโทษกรรมยกเข่ง มีใครเห็นน้อง ว.โลกสวยบ้าง

รัฐบาลประชาธิปไตย ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปรับจำนำข้าวมาเก็บไว้ให้เน่าเต็มหลายสิบโกดัง ผลาญเงินไป ๕-๖ แสนล้านบาท จนเกิดวิกฤตทางการคลังของประเทศ ว.โลกสวยไปซุกอยู่ที่ไหน

รัฐบาลประชาธิปไตย รับจำนำข้าวของชาวนา ชาวนาได้แต่ตั๋วจำนำแต่เบิกเงินไม่ได้ รัฐไม่มีเงินจ่าย ทำให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตาย ว.โลกสวย มัวไปเฉิดฉายอยู่ที่ไหนมา

มีการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำ ๓ แสนล้านบาท ในรัฐบาลประชาธิปไตย แต่น้ำก็ยังท่วมจนเดือดร้อนไปทั่ว ตอนนั้น ว.โลกสวย คงจะสุขสบายดีกระมัง

สถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกลิ่วล้อของรัฐบาลประชาธิปไตยย่ำยี น้อง ว.โลกสวยไปจัดอีเว้นท์เดินสายประดิษฐ์คำสวยอยู่ที่เขาไหนเล่า

พระธรรมวินัยถูกนักบวชเผ่าพันธุ์ธรรมกาย พวกพ้องของรัฐบาลประชาธิปไตยย่ำยี ทำให้วิปริต น้อง ว.โลกสวย ทำอะไรอยู่

นี่คือตัวอย่างผลงานของรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งถ้าจะขุดคุ้ย ก็สุดจะคณานับเกินบรรยาย ด้วยเหตุนี้แหละ คนมีสมอง มีสติปัญญาแยกแยะ อะไรดี อะไรชั่ว ได้ชัดเจน

พวกเขาจึงเลือกสิ่งที่ควรทำ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูป เพียงเพื่อต้องการให้บ้านเมืองมั่นคง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ปลอดภัย

ตอนที่บ้านเมืองนี้เหลวแหลก มีการลดแลกแจกแถมเงินภาษีสมบัติของชาติ จนร่ำรวยเป็นตระกูลๆ จนกระจายทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากรัฐบาลประชาธิปไตย

น้อง ว.โลกสวย มัวแต่นั่งคิดประดิษฐ์คำพูดสวยๆ อยู่หรือไง

ในฐานะที่พอจะมีอายุในพระศาสนานี้อยู่บ้าง จึงอยากจะบอกน้อง ว.โลกสวยว่า

พระธรรมวินัยนี้แยกแยะชัดเจน ดีคือดี ชั่วคือชั่ว กุศลคือกุศล อกุศลคืออกุศล

พระบรมศาสดาทรงสอนให้มองโลกตามความเป็นจริง มิใช่มองแต่ความเท็จ และเชื่อว่าเป็นความจริง อย่าโลกสวยจนลืมบุญบาป กุศล อกุศล

ตื่นเสียทีเถิดน้อง ว.โลกสวย

อย่าเอาแต่มานั่งลอยหน้าลอยตา ประดิษฐ์คำสวยๆ อวดสาวกอยู่เลยมันให้ประโยชน์ได้แค่ การฉาบฉวยทาปะหน้าได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว มันไม่ได้สวยอย่างที่น้อง ว.โลกสวยประดิษฐ์คำดอก

การที่คนชั้นกลางและคนสารพัดชนชั้น เขาเบื่อพวกนักการเมือง เบื่อประชาธิปไตย

ก็เพราะเขาเห็นความเหลวแหลกที่มีอยู่ในพวกประชาธิปไตย

คนชั้นกลางและคนสารพัดชั้นที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์อันสมบูรณ์

แต่ก็ไม่ได้รับการแยแสจากรัฐบาลประชาธิปไตย หนำซ้ำยังปล่อยให้ลิ่วล้อ บริวารมาลอบทำร้าย ลอบฆ่า ลอบยิง จนมีคนบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

ส่วนที่รอดตายก็ต้องมาถูกกล่าวหาว่าเป็น กบฏ

ถามน้อง ว.โลกสวยว่า พวกเขาได้อะไร

เห็นมีแต่น้อง ว. ได้รับการอุปถัมภ์บำรุงจากรัฐบาลเผด็จการ โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองไม่เว้นแม้แต่ ผอ.สำนักพุทธ เข้าไปเยี่ยมจนกระไดเปียกแฉะ หนำซ้ำยังได้ยินมาว่าน้อง ว.โลกสวย เคยขอรับการช่วยเหลือจากสำนักพุทธ ให้ช่วยโปรโมทหนัง ละคร อะไรที่น้อง ว. สร้างขึ้นมิใช่หรือ

ไม่ชอบรัฐบาลเผด็จการแล้วดันมาใช้บริการเขาทำไมหละ

ที่น้อง ว. กล่าวหาคนชนชั้นกลางตรงข้ามกับประชาธิปไตยนั้น

พุทธะอิสระ อยากจะบอกออเจ้าว่า

คนชนชั้นกลาง เขาไม่ได้รังเกียจประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย แต่เขารังเกียจคนที่อาศัยประชาธิปไตยเข้ามาโกงเงินภาษีประชาชน เขาอยู่ตรงกันข้ามกับคนที่อ้างสิทธิตามหลักประชาธิปไตย โดยไม่ใส่ใจหน้าที่ที่ควรจักทำและรับผิดชอบ

ฉะนั้น คนชนชั้นกลางเขามีสมอง แยกแยะถูกผิดได้

เขาไม่ได้มืดบอด แล้วนั่งมโนโลกสวยอยู่อย่างเดียวดอกนะออเจ้า

พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุ หากจะดับธรรมนั้นก็ต้องดับที่ต้นเหตุ

ไม่ใช่โลกสวยอย่างน้องออเจ้า ที่เอะอะอะไรก็ประดิษฐ์คำสวยๆ ออกมาบอกให้เมตตา เมตตา แม้แต่คนฆ่าเสือดำก็ให้เมตตา

ถ้าเช่นนั้นภิกษุปาราชิกก็ต้องเมตตาด้วยหละสิ”