วันที่ 14 กันยายน  พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นทางการเมืองระบุว่า

“ถามจริง มองโลกสวยหรือว่ามืดบอดกันแน่ เวลาที่พุทธะอิสระไปเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ หรือไปยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษฟ้องร้องแก่พวกทุจริตชนและคนเป็นอลัชชีแทนที่พวกโลกสวยจะขอบใจ ว่าฉันช่วยขจัดทุรชนให้ กลับมาด่าว่า แต่ถ้าถามว่าแล้วพวกโลกสวยช่วยอะไรได้บ้าง สามารถทำอะไรให้พระธรรมวินัยและประเทศชาติได้ปราศจากคนชั่วคนผิดได้หรือไม่ หรือจะปล่อยให้พวกทุจริตชนและอลัชชีเจ้าลัทธิทำจนกลายขยายอิทธิพล ย่ำยีบิดเบือนพระธรรมวินัย ครอบงำสังฆมณฑลและแผ่นดินไทย จนไม่เหลือที่เหยียบยืนของหมู่บริสุทธิสงฆ์ผู้ดำรงพระธรรมวินัย อีตอนชาวนาโดนโกงเงินรับจำนำข้าว ฆ่าตัวตาย ประเทศชาติต้องสูญเสียเงิน 5 แสนล้าน เพราะข้าราชการและนักการเมืองทุจริตจนกลายเป็นคดีอยู่ในเวลานี้ ขอถามว่าพวกโลกสวยทำอะไรได้บ้าง บ้านเมืองมีแต่นักการเมืองและข้าราชการขี้ฉ้อ คดโกง กินหัวคิวทุกชนิดที่เป็นงบประมาณของรัฐ ไม่เว้นแม้แต่ทรายอะเบทกันยุงที่แจกให้ชาวบ้าน ทำไมพวกโลกสวยถึงได้นิ่งดูดาย”

พุทธะอิสระระบุว่า “หากไม่ใช่พุทธะอิสระโวยวายแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ป่านนี้มันคงพาสาวกออกเดินเรี่ยไรอย่างผิดกฎหมายไปทั่วประเทศแล้ว และคงได้เห็นธุดงค์อีเวนต์ของพวกลัทธิทำจนกลายเต็มถนนแล้ว หากพุทธะอิสระไม่ยืนยันยืนหยัด เรียกร้องให้ สนช. สปช. และรัฐบาลคสช. หันมาให้ความสนใจปัญหาที่เกิดในพระพุทธศาสนา วันนี้ในรัฐธรรมนูญจะมีกฎหมายคุ้มครองพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทไหม หากพุทธะอิสระไม่ออกมาฟาดฟันกับพวกอลัชชีที่เข้ามาเกาะกินพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์ บริบูรณ์ วันนี้สังคมพุทธจะรู้ความจริงไหมว่า มีใครบ้างที่เข้ามาเกาะกินและเป็นนักบวชกาฝาก เอาเปรียบสังคม หากพุทธะอิสระไม่ล่ารายชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสอบสวนการละเมิดพระธรรมวินัยและบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระศาสดา ที่อลัชชีกับพวกเจ้าลัทธิทำจนกลายได้กระทำอยู่ วันนี้รัฐบาลจะเห็นปัญหาจนนำมาซึ่งการประกาศใช้มาตรา 44 จัดการกับปัญหาการประพฤติปฏิบัติของภิกษุในพุทธศาสนาไหม”

พุทธะอิสระระบุอีกว่า “และเพราะวันนั้นมีพี่น้อง กปปส.เป็นล้านๆ ออกไปขับไล่รัฐบาลขี้โกง พุทธะอิสระไปเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ วันนี้พวกเราคงไม่ได้รัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ซื่อตรง กตัญญูต่อแผ่นดินอย่างคสช.เช่นนี้ หากพวกโลกสวยทั้งหลายไม่รู้สึกยี่หระ เดือดร้อนกับพฤติกรรมของพวกคนถ่อย อกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่จาบจ้วงสถาบัน ทั้งยังไม่สามารถทำอะไรได้ก็อย่าเอาความเห็นโลกสวยของตนมาเตะสกัดขาผู้ที่เขากำลังเดินหน้าทำให้บ้านเมืองกลับมางดงามสงบสุข และเมื่อคุณทำไม่ได้ก็อย่าทำร้ายคนที่เขาพยายามทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมือง ”

“ที่พุทธะอิสระไปเที่ยวไล่ฟ้องไล่แจ้งความให้จับคนนั้นคนนี้ ก็ไม่ได้ฟ้องไม่ได้แจ้งส่งเดชหรอกนะ ส่วนใหญ่ไอ้คนที่ถูกพุทธะอิสระฟ้องร้องแจ้งความจับ ก็พวกรับจ้างมาด่า ขาประจำ เข้ามาโพสต์เข้ามาด่าว่าใส่ร้ายเป็นปีๆ ทำยังกับบ้านเมืองนี้ไม่มีขื่อแป ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คนพวกนี้ต่อให้พุทธะอิสระทำดีแค่ไหนมันก็ด่า มันก็ใส่ร้าย เลยต้องพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่ากฎหมายเขามีเอาไว้ปกป้องคนดี ลงโทษคนชั่ว และคุกเขามีเอาไว้ขังคนชั่ว ไม่ได้เอาไว้ขังหมา ถ้ากล้าที่จะทำผิดซ้ำซาก ก็ต้องกล้าที่จะรับโทษทัณฑ์ผลกรรมที่ตนได้ก่อด้วย ที่พุทธะอิสระต้องฟ้องต้องแจ้งความ หาใช่เป็นคนมีหน้ามีตา ยศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่เพราะต้องการจะบอกให้โลกได้รู้ว่า สังคมนี้จะสงบสุขได้ไม่ใช่ด้วยการทุจริตผิดศีล กล่าวเท็จ หรือใส่ร้ายป้ายสีใครให้เสียหาย แต่ต้องอยู่ด้วยการประพฤติสุจริต รักษาศีล และซื่อตรงต่อกัน อย่ามัวมาทำเป็นโลกสวย ผิดคือผิด ถูกคือถูก สังคมนี้ต้องรู้จักแยกแยะให้ชัดเจน คนดีต้องได้รับการยกย่องคุ้มครอง คนชั่วต้องได้รับบทเรียนให้หลาบจำ และถ้ายังไม่รู้จักจำ ต้องกำจัด ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยนวลแล้วมาสร้างความเดือดร้อนให้สังคม บ้านเมือง เช่นนี้สังคมจะสงบสุขได้อย่างไร สรุปแล้วคุณเป็นพวกโลกสวย หรือเป็นพวกคนโง่กันแน่” พุทธะอิสระระบุ

counter