จากกรณีโซเชียลมีการแชร์ภาพของแพทย์ท่านหนึ่งซึ่งนำภาพคนไข้ที่ป่วยด้วยมะเร็งเต้านม พร้อมกับระบุว่า สภาพหลังจากคนไข้กินยาหมอแสง 6 เดือนและกลับมาหานั้น

ล่าสุด นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า เรื่องนี้ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย แต่ต้องเข้าใจว่า กระบวนการตรวจสอบและศึกษาวิจัยยาของหมอแสง ยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องขยายระยะเวลาในการตรวจสอบระดับเซลล์มะเร็งออกไป โดยคาดว่า จะสามารถแถลงผลการตรวจสอบ และศึกษาวิจัยหมอแสงในระดับเซลล์มะเร็งได้ ในกลางเดือนเมษายนนี้ สำหรับปัญหาของผู้ป่วยที่รับยาและรับการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ออกเป็น 4 กลุ่ม 1. กลุ่มที่เป็นโรคมะเร็งในระยะแรก แต่กลัวการรักษาแบบแผนปัจจุบัน จึงเลือกรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก ซึ่งตรงนี้จะทำให้คนเสียโอกาสในการรักษา และน่าเป็นห่วงมากที่สุด 2. กลุ่มคนที่เป็นมะเร็ง และรับการรักษาทั้งแผนปัจจุบัน และแผนทางเลือก ซึ่งส่วนใหญ่ในผลดี เพราะไม่ทิ้งแบบการรักษา 3. กลุ่มคนที่เป็นมะเร็งและมีแนวโน้มดีขึ้น และรับการรักษาควบคู่ ทั้งแผนปัจจุบัน และแผนทางเลือก ซึ่งต้องถือว่า ทั้งคนกลุ่ม 2-3 เป็นคนหมู่มาก และ 4 กลุ่มคนที่มะเร็งมากถึงปลายทางระยะที่ 4 แล้ว ต้องรับการรักษาแบบประคับประคอง ซึ่งคนกลุ่มนี้ แพทย์ไม่ได้กังวลมากขึ้น เพราะเป็นสิทธิในการรับการรักษา

นพ.วีระวุฒิ กล่าวว่า ภาพที่ปรากฎผลการรักษามะเร็งที่ดูลุกลามนี้ ส่วนหนึ่งมีเกิดขึ้น และมาเมื่อโรคเริ่มลุกลามมากกว่าเดิม ส่วนใหญ่ต้องเข้าใจว่า คนไข้ที่เลือกหันหลังในการแพทย์แผนปัจจุบัน และไปแผนทางเลือก ไม่ได้มีการบอกกล่าว หรือ กลับมารักษากับแพทย์คนเดิม และเลือกที่จะไปหาแพทย์คนใหม่แทน ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง และไม่เข้าใจว่า คนไข้ผ่านการรักษาอะไรมาบ้างแล้ว อีกทั้งคนไข้ส่วนใหญ่ของการรักษาหากได้รับยาฟรี วัฒนธรรมไทย ก็จะสำนึกในบุญคุณ ไม่กล้ากล่าวโทษหรือตำหนิ จึงกลายมีลักษณะเช่นนี้

“บางคนมีความหวังในการรักษา แต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน รอบด้าน หมอไม่ได้บอกว่า การรักษาแผนทางเลือกไม่ดี แต่ขอให้อดใจรอผลการศึกษาด้วย และอย่าได้ละทิ้งการรัก