“บิ๊กโจ๊ก” ร่วม ผบก.ปคบ. แถลงจับ หมอ-เอเจนซี่ เครือข่าย คลินิกนมเน่า อ้างใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ผ่าจริงกลับไม่เป็นตามอ้าง ด้านผู้เสียหายแห่เอายกทรงซื้อแล้วใส่ไม่ได้เพราะนมผิดรูป หวังมาปาใส่หน้าหมอ ก่อนตำรวจกัน  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขตต์ ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.ปคบ. ร่วมกันแถลงผลจับกุมเครือข่ายหลอกลวงทำศัลยกรรมเสริมความงามแอลบีคลีนิก จ.ปทุมธานี และ เอ็มซีคลีนิก ย่านพหลโยธิน และมาสเตอร์พีชคลินิก ย่านสยามสแควร์ แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้ารับบริการแล้วเกิดปัญหาเต้านมเน่า โดยมี น.ส.ดิธินี ใจกุศล อายุ 33 ปี ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาลูกค้า และ น.ส.หฤทัย รัตนวิไลสกุล อายุ 32 ปี แพทย์ทำศัลยกรรม

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อประมาณต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้พบเห็นโฆษณาศัลยกรรมเสริมความงามผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีคลีนิกดังกล่าว ระบุการทำศัลยกรรมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน มีค่าบริการ 21,000 บาท และค่ายาอีก 1,000 บาท โดยมีภาพประกอบโฆษณาดังกล่าว จึงเกิดความสนใจและติดต่อกลับไปทางเพจ โดยมี นางลลิตา แก้วใส เป็นผู้แทนการติดต่อกับผู้เสียหายและได้พูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งจะได้รับค่านายหน้าหัวละ 3,000-5,000

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นางลลิตา ได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปตรวจเลือดเพื่อนำผลการตรวจไปมอบยัง มาสเตอร์พีชคลินิก ต่อมาวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เดินทางไปรับการผ่าตัดที่ มาสเตอร์พีชคลินิก โดยมี น.ส.หฤทัย เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัดเสริมหน้าอก ก่อนจะนัดหมายให้ผู้เสียหายไปตรวจแผลผ่าตัดและตัดไหมเย็บที่เอ็มซีคลินิก โดยการผ่าตัดนั้น มีลักษณะฉีดยาชาและผ่าสด ก่อนจะสอดใส่ซิลิโคนเข้าไป รวมถึงไม่มีการนอนพักฟื้น อีกทั้งยังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งผิดวิสัยการผ่าตัดทำศัลยกรรม

“ต่อมาแผลผ่าตัดของผู้เสียหายเริ่มมีอาการเจ็บปวดบริเวณผ่าตัดและฟกช้ำ มีหนองไหล และเลือดซึมตลอดเวลา จึงได้แจ้ง น.ส.หฤทัย ให้ทราบ แต่ได้รับการอ้างว่าเป็นปกติ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อ เนื่องจากเมื่อมีการผ่าตัดเสริมหน้าอกให้กับผู้กล่าวหา สถานที่ดังกล่าว ก็จัดแพทย์คนอื่นที่ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ จึงไปรับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลราชบุรี เนื่องจากแพทย์และสถานเสริมความงามดังกล่าวไม่แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายแต่อย่างใด” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า ทำให้ผู้เสียหายรวมตัวกันมาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวก สำหรับผู้ต้องหา ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ​​”ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายนั้นได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณหรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ” และความผิดตาบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ด้าน พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า คดีนี้ เบื้องต้นศาลอนุมัติหมายจับทั้งสิ้น 5 ราย ประกอบด้วย น.ส.ดิธินี ใจกุศล อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2762/61 ลง 11 ธ.ค.2561 ทำหน้าที่เป็นเอเจนซี่ชักชวนคนมาทำหน้าอก (ถูกจับกุมแล้ว), น.ส.หฤทัย รัตนวิไลสกุล อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2763/61 ลง 11 ธ.ค.61 ทำหน้าที่ผ่าตัด (ถูกจับกุมแล้ว),

นายอลงกรณ์ วงศ์สวัสดิ์ หมายจับศาลอาญา 2764/2561 ลง 11 ธ.ค.2561 ทำหน้าที่ผ่าตัด (ถูกจับกุมแล้ว), น.ส.ลลิตา แก้วใส หมายจับศาลอาญา 2766/2561 ลง 11 ธ.ค.61 ทำหน้าเอเยนซี่ (ยังหลบหนี) และนายณัฐดนัย ดัสกรพาณิชย์ หมายจับศาลอาญา 2765/2561 ลง 11 ธ.ค.61 ทำหน้าที่ผ่าตัดหน้าอก เพิ่งเดินทางหลบหนีไปต่างประเทศเมื่อ 2 วัน ก่อนออกหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้นำผู้เสียหาย 3 ใน 10 รายเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. โดยผู้เสียหายได้นำเสื้อยกทรงที่ตั้งใจซื้อมาใช้หลังผ่าตัดหน้าอกจากคลีนิกที่เป็นปัญหา พร้อมเปิดเผยว่า ปรากฏหลังผ่านมามีปัญหานมผิดรูป หัวนมแทนที่จะอยู่ในตำแหน่งเดิมกลับเลื่อนขึ้นมาอยู่ด้านบน ทำให้ไม่สามารถสวมใส่เสื้อยกทรงเหล่านี้ได้ ตั้งใจว่าจะเอามาปาใส่หน้าหมอคนที่ผ่าตัดหน้าอกพวกตนเองให้เสียทรง

ผู้เสียหาย เปิดเผยต่อว่า แต่เมื่อพวกตนเองพากันเข้าไปขอดูหน้าหมอในห้องพนักงานสอบสวนได้กันไว้ให้อยู่ห่างๆ เกรงว่าผู้เสียหายจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ และจะเข้าทำร้ายหมอได้ จึงต้องกันผู้เสียหายทั้งสามคนไว้ห่างๆ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ตนตัดสินใจใช้บริการผ่าตัดเสริมหน้าอก เพราะที่คลีนิคแห่งนี้มีราคาค่าผ่าถูกกว่าที่อื่นๆ และมีการแจ้งในไลน์กลุ่มของคลีนิคโดยเอเจนซี่บอกว่าได้เปลี่ยนหมอผ่าตัดคนใหม่แล้ว ไม่ใช่คนเดิมที่ผ่าแล้วมีปัญหา เราเชื่อจึงตัดสินใจผ่าตัดหน้าอกตามคำชักชวนของเอเยนซี่ที่ถูกจับทั้งสองรายนี้