กลิ่นตุๆ… ไม่ใช่กลิ่นอาหาร แต่เป็นกลิ่นพฤติกรรมของร้านอาหารต่างหาก!! “ร้านค้าบิลโหด” แห่งนี้คล้ายทำเป็นกระบวนการ สันนิษฐานว่าเริ่มจากการกรอกข้อมูล “ร้านดัง-เจ้าอร่อย” ผ่านแท็กซี่ พอเหยื่อเออออก็พามาเชือดถึงที่ รายล่าสุด กินไป 5 อย่าง ถูกเช็กบิลโหดแพงถึง 5,400 บาท แถมถูกเหยียดเพศอีกต่างหาก!!
        ปูผัดผงกะหรี่ 1,680 บาท, ปลากะพงย่างเกลือ 1,280 บาท, ผัดไทยวุ้นเส้นกุ้งสด 300 บาท, ต้มยำกุ้ง 500 บาท, น้ำแตงโม 2 แก้ว 240 บาท, น้ำส้ม 2 แก้ว 300 บาท แถมค่าเซอร์วิสชาร์จอีก 800 บาท… รวมตัวเลขในบิลสุดโหด ทั้งหมดคือ 5,400 บาท!!
 เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นที่ร้านอาหารซีฟูดย่านประตูน้ำแห่งหนึ่ง “อริญฎา” สาวข้ามเพศเจ้าของประเด็น เผยเรื่องราวเตือนภัยลวงร้านบิลโหดร้านนี้เอาไว้ผ่านเฟซบุ๊ก “Alinda Elina” จนกลายเป็นเรื่องร้อนฉ่าว่อนโซเชียลฯ โดยเฉพาะการตอบสนองของพนักงานชาย หลังถูกสอบถามเรื่องค่าอาหาร กลับปฏิบัติต่อเธออย่างไม่รักษาน้ำใจ ตะโกนด่าเหยียดเพศออกมาตรงๆ ว่า “พวกกะเทย ปัญหาเยอะ เรื่องมาก” ผู้เสียหายจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวทั้งหมดเพื่อแฉให้หมดเปลือก!!
“พูดเหยียดหยามกะเทย ตะโกนด่า นี่คืออาชีพบริการใช่ไหมคะ? ขอฝากเพื่อนๆ นะคะ ช่วยกดไลค์ กดแชร์ อย่าได้มากินอีกนะคะ ฝากเป็นอุทาหรณ์ค่ะ เกินเหตุค่ะ”จุดที่น่าสนใจอย่างมากคือ ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “ร้านอาหารบิลโหด” ร้านนี้ อาจไม่ใช่แค่ร้านทีเผลอ แต่ทำกันเป็นกระบวนการ เนื่องจากเธอและเพื่อนชาวต่างชาติอีก 4 คน รู้จักร้านแห่งนี้จากคำแนะนำของแท็กซี่ จึงตกลงใจว่าจะลองตามรอยร้านดัง-ร้านอร่อยดู ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แย่ๆ เช่นนี้
และเมื่อลองนึกย้อนดูดีๆ ก็พบว่า ช่วงที่มาถึงร้าน มีรถแท็กซี่จอดรอลูกค้าชาวต่างชาติที่มารับประทานอาหารอยู่อีก 4 คัน เธอจึงต้องข้อสันนิษฐานว่า รถรับจ้างเหล่านั้นอาจมีส่วนได้ส่วนเสียจากการแนะนำชักชวนให้เหยื่อมาลองชิม!!อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าจะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับทางร้าน และไม่มีความประสงค์จะฟ้องร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือกรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในสายนี้อยู่ เพราะมองว่าไม่อยากเสียเวลาชีวิตไปมากกว่านี้ ส่วนที่เห็นข้อความบอกเล่าเตือนใจผ่านโลกออนไลน์นั้น เพียงแค่ต้องการมอบอุทาหรณ์ให้สังคมเท่านั้นเอง
       
        “หลายรายการไม่ได้ระบุราคาบนเมนู หนูพยายามจะถามเขาว่า ทำไมเมนูถึงราคาแพงกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากผู้จัดการร้าน มีแต่คำด่าทอว่าเป็นพวกกะเทยปัญหาเยอะ หนูโกรธมาก นี่เป็นสิ่งที่หนูได้รับจากค่าบริการเซอร์วิสชาร์จเหรอ?”
       
        คงจะจริงอย่างที่ นฤมล เมฆบริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นการโกงแนวเดียวๆ กันนี้ว่า ประชาชนจะไม่ค่อยนำเรื่องถูกโกงจากร้านอาหาร เข้ามาดำเนินการร้องเรียนในองค์กรเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะปล่อยผ่านไปมากกว่า จึงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร้านเหล่านี้ยังทำแบบเดิมๆ ต่อไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น สำคัญที่สุดคือผู้บริโภคต้องรู้จักสังเกตและรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
       
        “คำแนะนำง่ายๆ สำหรับผู้บริโภคคือ 1.ดูว่าทางร้านมีเมนูไหม 2.มีการแสดงราคาไหม ถ้ามีแต่เมนู แต่ไม่มีการแสดงราคา อันนี้ถือเป็นการเจตนาที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายแน่นอน เพราะคุณไม่แสดงราคา ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายของกรมการค้าภายใน
       
        (ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 40 ผู้ใดไม่แสดงราคาหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 28 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท) คือถ้าไม่มีราคาแสดง แต่มีเมนู คือตั้งใจโกง ผู้บริโภคสามารถแจ้งความเอาผิดได้เลย”