หลังจาก เมื่อเวลา 09.29 น. ของวันที่ 7 เม.ษ. 60 ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้อนุมัติสั่งกองทัพเรือยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จำนวน 59 ลูก ถล่มฐานทัพอากาศในประเทศซีเรีย โดยฐานทัพแห่งนี้มีรัสเซียเป็นผู้สนับสนุน

 ซึ่งการโจมตี ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ครั้งนี้ สหรัฐยืนยันว่า เพื่อต้องการทำลายฐานทัพที่เป็นเป้าหมายของกองทัพซีเรีย ที่มีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีใส่ประชาชนผู้บริสุทธ์ ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ประธานาธิบดี อัซซาด แห่งซีเรีย ใช้อาวุธเคมีสังหารผู้บริสุทธ์จำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ นานาชาติยุติการนองเลือด

ขณะเดียวกันนั้น โทรทัศน์ทางการของรัฐบาลซีเรีย ได้ออกแถลงการณ์ประนาม สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ขีปนาวุธจำนวนมาก ถล่มฐานทัพอากาศของซีเรีย เป็นเหตุให้พลเรือนและทหาร เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนหลาย 100 ราย โดยไม่มีการสอบสวนหาสาเหตุว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนครั้งนี้
ต่อมา กระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐ หรือ เพนตากอน ออกแถลงการณ์ว่า กระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐ แจ้งไปยังกระทรวงกลาโหมรัสเซียล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่กองทัพเรือสหรัฐจะโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ไปยังฐานทัพอากาศของซีเรีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างสหรัฐและรัสเซีย

ล่าสุดนั้น เรือพิฆาต ของกองทัพเรือรัสเซีย บรรทุกขีปนาวุธ KALIBR-NK ได้เดินทางเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อไปยังท่าเรือ ในเมืองตาร์ตูส ประเทศซีเรีย แต่ในขณะเดียวกันนั้น เรือพิฆาต ยูเอสเอส พอร์เตอร์ ดีดีจี 78 และ เรือพิฆาต ยูเอสเอส รอสส์ ดีดีจี 71 ซึงเป็นเรือที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ อนุมัติสั่งการให้ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จำนวน 59 ลูก โจมตีฐานทัพอากาศซีเรีย เมื่อวานนี้ ก็ยังประคงจำการใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่นกัน