วันนี้ (6 สิงหาคม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความเห็นกรณีมีการแจ้งความดำเนินคดีกับ นางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาในข้อหาให้ความช่วยเหลือผู้กระทำความผิด พ.ร.บ.ประชามติ โดยระบุว่า

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าตำรวจเชียงใหม่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยา นายจาตุรนต์ ฉายแสง ในข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นกระทำผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยกระทำการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม โดยนางจิราภรณ์ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นแก่นายวิศรุต คุณะนิติสาร ผู้ต้องหากระทำความผิด พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่หลบหนีคดีที่มีการนำจดหมายบิดเบือนแจกจ่ายทางไปรษณีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยพาไปฝากที่วัดสระเกศวรมหาวิหารเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.นั้น

ผมเพิ่งทราบเรื่องนี้จากข่าวหนังสือพิมพ์เท่านั้น

ภรรยาผมฝากแจ้งให้ทราบทั่วกันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซ่อนตัวของนายวิศรุตแต่อย่างใด กำลังรอฟังว่าจะมีการตั้งข้อหาใดหรือไม่และจะมีหมายเรียกหรือหมายจับเมื่อใด หากมีหมายเรียกก็พร้อมที่จะไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและสู้คดีเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธ์ทุกเมื่อ และจะเตรียมฟ้องกลับผู้ที่ใส่ร้าย ให้การเท็จหรือกระทำใดๆให้เสียหายด้วย

ผมอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดเดียวว่าคดีใหญ่โตที่เชียงใหม่นั้น ตามที่ทางตำรวจชี้แจงเป็นแผนผังได้ความว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่คือผู้ที่ซื้อซอง ซื้อสแตมป์ ซื้อซองจดหมาย หรือปิดซอง ที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงโทษรวมกันประมาณ 20 ปีครับ เอกสารแผ่นเดียวที่เป็นต้นเหตุนั้น ไม่ถูกเปิดเผยเป็นทางการ แต่ที่สื่อมวลชนนำมาลงข่าวเป็นเพียงข้อห่วงใยต่อร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น พ้นวันที่ 7 สิงหาคม ก็จะได้เห็นกันว่ามีใจความอย่างไร