วันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ชื่อว่า Chaturon Chaisang พูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ หลังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ที่วิจารณ์การปฏิรูปประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ว่า เป็นการปฏิรูปที่มองไม่เห็นทางออก ก่อนนายกฯ จะสวนกลับว่ามีหลายอย่างที่รัฐบาลที่ผ่านมาทำไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ทำได้
โดยในโพสต์นายจาตุรนต์ ระบุว่า

ต้นเหตุที่ปฏิรูปไม่เกิด คือ พลเอกประยุทธ์

ตามที่พลเอกประยุทธ์ออกมาโต้นายบวรศักดิ์เรื่องการปฏิรูปไม่คืบหน้านั้นยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า พลเอกประยุทธ์ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้เลยว่าได้เกิดการปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง ที่ยกตัวอย่างมาอวดอ้างว่า เป็นการปฏิรูป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทำงานโน่นนิดนี่หน่อย ไม่ได้เป็นความสำเร็จมากมายอะไร เช่น รถไฟทางคู่ 4ปียังทำได้ไม่ถึงสามกิโลเมตร การทำประปาเข้าหมู่บ้าน การทำถนนในท้องถิ่นเป็นเรื่องดี แต่ก็ยังทำได้ไม่มากเพราะว่าเอางบประมาณไปใช้ด้านอื่นเสียมากกว่า

ที่ยกตัวอย่างเรื่องการออกกฏหมายเพียงบางฉบับ ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า ที่นายบวรศักดิ์พูดว่าการปฏิรูปกฎหมายไม่คืบหน้าเป็นเรื่องจริง

นอกจากนั้น ที่ยกตัวอย่างเรื่องการปฏิรูปการบุกรุกป่า การจัดการปัญหาที่ดิน บริหารจัดการน้ำ ล้วนเป็นเรื่องที่ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราว

ที่น่าตกใจ คือ พลเอกประยุทธ์ยกความสำเร็จในเรื่องการทำประโยชน์ให้แก่เกษตรกรและคนยากจน รวมทั้งยกตัวอย่างโครงการไทยนิยม สวนทางกับผลโพลล์ที่เพิ่งจะออกมาระบุว่า คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักโครงการไทยนิยม ส่วนเกษตรกรและคนยากจนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสกันทั่วหน้า ใครใครก็รู้กันอยู่

พลเอกประยุทธ์ยังตั้งคำถามให้คนช่วยกันตอบว่า อะไรทำอะไรไม่ทำ ตนทำมาตลอด แต่กลับไม่สามารถยกตัวอย่างผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน

จากการพูดแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยงในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าต้นเหตุที่ทำให้การปฏิรูปไม่เกิดขึ้นแท้จริงแล้ว ก็คือ พลเอกประยุทธ์นี่เอง

ที่พูดออกมาแสดงให้เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ไม่เข้าใจแม้แต่ความหมายของคำว่าปฏิรูป ซึ่งหมายถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงเรื่องต่างๆอย่างมีนัยยะสำคัญ ในทางการบริหารหรือแก้ปัญหาบ้านเมืองก็ต้องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงในทางระบบหรือโครงสร้าง รวมทั้งความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทำโน่นนิดนี่หน่อยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แบบสะเปะสะปะ ไม่มีทิศไม่มีทางอย่างที่พลเอกประยุทธ์ทำอยู่

การปฏิรูปเปรียบเหมือนการยกเครื่องหรือการผ่าตัด แต่ที่พลเอกประยุทธ์ทำอยู่ คือ การปะผุ หรือยิ่งซ่อมยิ่งพัง

ผมได้แสดงความเห็นไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า สาเหตุที่ไม่เกิดการปฏิรูป จะโทษแต่ข้าราชการไม่ได้ แต่ควรจะโทษคสช.และแม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไม่ได้มีความคิดความตั้งใจที่จะปฏิรูปมาแต่ต้น การปฏิรูปเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจของคสช. และเป็นข้ออ้างเพื่ออยู่ในอำนาจตลอดมา และกำลังเป็นข้ออ้างที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป

ที่พลเอกประยุทธ์ออกมาพูดในครั้งนี้ ยิ่งทำให้เห็นว่า ผู้ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ไม่เกิดการปฏิรูปใดๆ คือ พลเอกประยุทธ์ ผู้ไม่รู้แม้แต่ความหมายของการปฏิรูปนี่เอง