เราทุกคนต่างอยู่ในโลกที่มีความซับซ้อน การแสดงออกหลายๆอย่างก็ต้องใช้การตีความ อย่างเช่นลักษณะการเดินของแต่ละคนก็สามารถบอกได้ว่าเขาคนนั้นมีบุคลิกลักษณะอย่างไร และสิ่งที่เรียกว่า ‘การกอด’ ก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่สามารถบอกเป็นนัยถึงบางอย่างได้ การที่คนสองคนโอบกอดกันนั้นอาจสามารถอธิบายได้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา

เราจึงได้รวบรวมความหมายที่ซ่อนอยู่ในการกอดแต่ละแบบ มาดูกันว่าคุณกับคนรักชอบกอดกันท่าไหน แล้วมันบ่งบอกอะไรได้บ้าง
The Protector

การกอดแบบผู้ปกป้อง แน่นอนว่าต้องให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย คนหนึ่งอยู่ด้านหลังโอบกอดที่เอวของคนที่อยู่ด้านหน้า ให้ความรู้สึกแนบแน่นและผู้ที่อยู่ด้านหลังแสดงถึงความเป็นผู้ปกป้อง ท่ากอดรูปแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความไว้ใจกันอย่างมากและยังทำให้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือการปกป้องและดูแลคนที่เรารัก แพตตี้ วูด ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายและผู้เขียนหนังสือ Success Signals, A Guide to Reading Body Language กล่าวว่า “การสวมกอดจากด้านหลัง แสดงว่าเขาต้องการจะปกป้องคุณ”

The Back Stroke

การกอดแบบลูบหลังนั้นแสดงถึงความไว้ใจ โดยการที่คนหนึ่งลูบหลังอีกคนหนึ่งนั้นจะสื่อให้รู้ว่าคุณสองคนใส่ใจกันมากแค่ไหน ท่ากอดนี้ยังแสดงถึงความซื่อสัตย์และมีความรู้สึกอ่อนแอเมื่ออยู่กับอีกคน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “หลังเป็นส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกาย เนื่องจากคนเรามองไม่เห็นหลังของตัวเอง เพราะฉะนั้นการที่มีใครมาสัมผัสหลังนั้นจะทำให้สะดุ้งตกใจได้ง่าย” การกอดแบบลูบหลังจึงต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากทีเดียว อีกทั้งท่ากอดนี้ยังสามารถส่งต่อความรู้สึกสบายใจให้แก่กันได้อีกด้วย

The Pat

ท่ากอดแบบนี้แสดงถึงมิตรภาพและบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ดี คนสองคนกอดกันและมีการตบหลังเบาๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของความสบายใจ การกอดแบบนี้ไม่ได้แสดงถึงความรักใคร่แบบชายหญิง จะเป็นการกอดแบบเพื่อนหรือพี่น้องมากกว่า ดอกเตอร์คริสโตเฟอร์ บลาซินา นักเขียนเรื่อง The Secret Lives of Men กล่าวว่า “ท่ากอดแบบนี้ก็คือท่ากอดที่เพื่อนผู้ชายกอดกัน ซึ่งมันไม่มีความโรแมนติคอะไรเลย ถ้าหากผู้ชายกอดคุณในลักษณะนี้ นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณสองคนไม่น่าจะพัฒนาแล้วแหละ”

The Slow Dance

การกอดที่เหมือนคุณกำลังเต้นกันอย่างช้าๆนั้นเต็มไปด้วยความโรแมนติค โรแมนติคมาก และโรแมนติคสุดๆ! คนหนึ่งโอบกอดที่คอ อีกคนโอบรอบเอว ทำให้คิดถึงฉากที่ผู้หญิงและผู้ชายกำลังเต้นรำกันอย่างช้าๆในงานโรงเรียน เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลง ท่ากอดแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของคู่รักวัยรุ่นหรือคู่รักที่กำลังอินเลิฟกันใหม่ๆ ในหนังสือ Secret Whispers ของ แอนดรูว์ วี.ซี. ระบุไว้ว่า “ไม่ว่าฉันจะทำงาน อ่านหนังสือ หรือทำข้อสอบ ฉันก็คิดถึงแต่คุณ” อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังกอดกันท่านี้ต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน แสดงว่ารักของคุณจะไม่จืดจาง และยังคงความโรแมนติคอยู่เสมอ

The Reach Around

การโอบกอดนี้แสดงให้เห็นว่าคนสองคนเป็นคู่ซี้กัน การวางแขนข้างหนึ่งไปที่บ่าของอีกคน เหมือนกับเป็นครึ่งหนึ่งของการกอดแบบปกติ การกอดแบบนี้เหมือนเป็นการกอดแบบเพื่อนที่เดินโอบกันไปมา ไม่มีความโรแมนติคมาเกี่ยวข้อง โดยนักเขียน โด ซานตามาทา เขียนไว้ว่า “เพื่อนที่่ดีจะช่วยตามหาสิ่งสำคัญที่คุณทำมันหายไป ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มของคุณ ความหวัง หรือกำลังใจ เมื่อคุณโอบกอดแบบนี้กับเพื่อนสนิท มันจะเหมือนมีการเชื่อมถึงกัน ยิ่งกอดแน่นมาก ก็ยิ่งแสดงว่าคุณสนิทกับเพื่อนคนนี้มากขนาดไหน”

The Deadlock

การกอดแบบรัดแน่น เป็นการที่ร่างกายทั้งสองใกล้ชิดกันมากจนเกิดความกลัวที่จะพรากจากกัน คนสองคนสวมกอดเข้าด้วยกันแน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ จนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านระหว่างตัวคุณสองคน ท่ากอดแบบนี้บอกถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและไม่มีวันแยกจากกัน นักเขียน แครอล ไบรอันท์ ได้เขียนไว้ว่า “ความรักควรรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับการได้ห่มผ้าห่มที่คุณยายตั้งใจเย็บให้กับมือในเช้าที่อากาศหนาวเย็น” การกอดรัดกันจนแน่นก็ให้ความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน และคุณก็รู้สึกกลัวที่เขาจะไปจากอ้อมกอดของคุณ

The Flying Hug

การกอดแบบนี้จะเต็มไปด้วยความหลงใหลและความต้องการ โดยคนหนึ่งนั่งกางขา ในขณะที่อีกคนยืนอยู่ระหว่างกลาง บ่งบอกว่าคุณสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง โดยเมื่อคู่รักกอดกันในท่านี้แสดงว่ามีความปราถนาอย่างรุนแรง เกเบรียล การ์เซีย มาร์เคซ เขียนไว้ในหนังสือว่า “เซ็กส์เหมือนเป็นการปลอบโยน ยามที่คุณไม่สามารถมีความรักได้” คุณอดไม่ได้ที่จะโผเข้าหาอ้อมกอดของกันและกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากความรักของคุณไม่ได้ลงเอยด้วยการอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่อย่างน้อยความสัมพันธ์ทางกายของคุณทั้งสองคนก็ยังเป็นไปได้ด้วยดี

The London Bridge

เป็นการกอดที่รักษาระยะจากอีกคนให้มากที่สุด การที่คนสองคนโอบกอดกันในลักษณะนี้ คือโอบกอดกันเฉพาะช่วงบนของร่างกาย ในขณะที่ช่วงล่างของตัวแยกห่างออกจากกัน จะแสดงว่าความสัมพันธ์นั้นมีความขัดแย้ง แตกร้าว ไม่ลงรอยกัน หรือไม่ได้สนิทกันมากเท่าไร ซึ่งนักเขียน ลูอิส มิเกล เขียนไว้ว่า “ฉันรักษาสุขภาพจิตของฉันให้ดีอยู่เสมอ โดยการรักษาระยะห่างจากคนบางคน” โดยการกอดแบบนี้ มันแสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนไม่อยากใกล้ชิด สนิทกัน เพราะคนบางคนก็เป็นได้เพียงคนรู้จักเท่านั้น

The Eye to Eye

การกอดแบบมองตาเกี่ยวเนื่องกับการที่สองใจเชื่อมต่อถึงกัน ไม่ว่าการกอดจะเป็นไปในรูปแบบไหน แต่จะขาดสิ่งสำคัญที่สุดอย่างการมองตาได้อย่างไร ท่ากอดนี้จะเกิดในความสัมพันธ์ที่สนิทลึกซึ้ง นักเขียน ซาโนเบอร์ ข่าน เขียนไว้ว่า “คุณเปรียบเสมือนมหาสมุทรในสายตาของฉัน” คุณสามารถเข้าใจลึกซึ้งและรู้สึกถึงสองใจที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างมั่นคงและไม่หวั่นไหว

The Rag Doll

การกอดแบบนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายเดียว โดยคนหนึ่งกอดอีกคนแน่นจนสุดหัวใจ ในขณะที่อีกคนกลับยืนเฉย เหมือน ‘ตุ๊กตา’ ท่ากอดลักษณะนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลอย่างมาก โดยความรู้สึกของคนสองคนนั้นมีให้ไม่เท่ากัน ไม่ว่าคนหนึ่งจะพยายามแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ความสัมพันธ์นี้เวิร์ค ถ้าอีกคนไม่ร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งการกอดแบบนี้ก็เปรียบเสมือนการตบมือข้างเดียว ตบอย่างไรก็ไม่ดังหรอกจริงไหม

The Pickpocket

การกอดแบบล้วงกระเป๋าจะให้ความรู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย โดยเป็นการกอดที่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่กอดกันโดยสอดมือไปที่กระเป๋าของอีกฝ่าย ท่ากอดนี้แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของคุณนั้นแสดงถึงความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจมากแค่ไหน ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรมากเพื่อให้ความสัมพันธ์นี้ประสบความสำเร็จ ริทู กาโตรี กล่าวว่า “การที่คนสองคนรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ด้วยกันเงียบๆ คุณรู้ได้เลยว่าคุณพบกับความรักเข้าแล้วล่ะ” การกอดก็เช่นกัน เมื่อคุณรู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน และซุกมือลงในกระเป๋าอุ่นๆของเขา มันเป็นความรู้สึกที่ใช่เลย
TheProtecter TheRagDoll TheRagDoll TheLondondBridge TheFlyingHug TheBackStroke TheReachAround ThePickpocket TheSlowDance TheDeadlock ThePat TheEyetoEye