เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่สถาบันนิติ.เวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ(รพ.ตร.) พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา (ผบก.นต.) เปิดเผยผลการชันสูตรศพ น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง พลไธสง ว่า แม้ การตรวจสอบสภาพภายนอกทั้งรอยสัก ตำหนิอื่น ตามร่างกายแล้วจะยืนยันว่าเป็นศพที่พบที่ จ.กาญจนบุรี เป็นของนางสาวสุภัคสรณ์จริง แต่เพื่อความชัดเจน ถูกต้อง ไม่ให้มีปัญหาการโต้แย้งในชั้นศาลภายหลัง จึงต้องเก็บดีเอ็นเอ ของบิดา และมารดา เพื่อเปรียบเทียบยืนยันกับศพที่พบให้ชัดเจนที่สุดตอบได้ทางนิติวิทยาศาสตร์
พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าวว่า จากการชันสูตรเบื้องต้น ระบุได้เพียงว่า เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจแต่ยังไม่สามารถชี้ได้ในตอนนี้ว่าเพราะเหตุใดหรืออะไรทำให้ขาดอากาศหายใจต้องรอการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งแต่เนื่องจากสภาพศพเปลี่ยนแปลงไปมากอีกทั้งมีการฝังดินจึงเปลี่ยนสภาพ ทำให้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดที่สุดก่อนจะชี้สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ทั้งนี้ เบื้องต้นที่พบว่าบริเวณใบหน้ามีลักษณะบิดเบี้ยว เปลี่ยนรูปนั้นเป็นเพราะมีการฝังดิน คว่ำหน้าแต่เมื่อแพทย์ได้ทำการชำระล้างศพก็พบว่าสภาพใบหน้าเป็นปกติคืนรูปแล้ว ร่างกายไม่พบบาดแผลฉกรรจ์ จากของมีคมหรือกระสุน แต่อย่างใด มีเพียงรอยฝกช้ำตามร่างกายบ้าง แต่ไม่มาก เช่นบริเวณหน้าผาก ซึ่งเป็นรอยช้ำที่ไม่ใหญ่มาก ผลการตรวจเอ็กซ์เรย์ ไม่พบกะโหลก หรือกระดูก ข้อต่อใดแตกหัก

เบื้องต้น ชี้ได้ว่าเสียชีวิตก่อนถูกฝังกลบ เนื่องจากในหลอดลมไม่พบทรายหรือดิน เพราะหากยังไม่เสียชีวิตก่อนถูกฝังโดยธรรมชาติจะต้องหายใจ มีดิน หรือทรายเข้าไปในหลอดลม และจากการดูสภาพศพเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมามากกว่า 1 สัปดาห์เล็กน้อย
เมื่อถามว่าพบร่องรอยแผล บริเวณลำคอ ที่มีนัยยะว่าถูกบีบรัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ขอตรวจให้ละเอียดเสียก่อน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแพทย์นิติเวช เก็บหลักฐานทุกอย่าง ทั้งเศษอาหารในกระเพาะอาหาร ที่พบอยู่เล็กน้อย เพื่อตรวจสอบทางพิษวิทยา ตรวจหาดีเอ็นเอแฝง เนื้อเยื่อแฝงตามซอกเล็บ ซอกหลืบ ทุกส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อใช้ประกอบหลักฐานในสำนวน ชี้สาเหตุการเสียชีวิต ทั้งนี้ การจะชี้ชัดได้ ว่ามีผู้ใด หรืออุปกรณ์ใดมาเกี่ยวข้องเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้นั้นต้องดูพยานหลักฐานอื่นๆมาประกอบด้วย ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ตนไม่สามารถชี้ชัดจากประสบการณ์ ต้องขอตรวจอย่างละเอียด

 

สำหรับการตรวจหาร่องรอยการกระทำชำเรา นั้น ผบก.นต.กล่าวว่า แพทย์ตรวจสอบประเด็นนี้อย่างละเอียด มีการเก็บดีเอ็นเอแฝงทุกอย่าง เพื่อความแม่นยำ ผิดพลาดไม่ได้เลย ย้ำว่าสภาพศพที่เปลี่ยนไปมากและการฝังกลบดินทำให้แพทย์ต้องตรวจเก็บหลักฐานทุกอย่างที่พบในศพ ไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการหรือแลป ไม่สามารถระบุได้ด้วยตาเปล่า โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการตรวจสอบ จากนั้นจะสามารถรายงานผลได้ ส่วนการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของกลุ่มผู้ต้องหามาเปรียบเทียบนั้นเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ซึ่งอาจตรวจเก็บดีเอ็นเอที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางก็ได้ ในส่วนของสถาบันนิติเวช ดำเนินการในส่วนของศพเท่านั้น