เปลือยชีวิต “เฟิร์น ซิดนีย์” ถูกยิง 6นัดไม่ตาย !! หนีไปเมืองนอก ซวยซ้ำโดนหลอกขายซ่อง

มีการแชร์เรื่องจริงผ่านเฟสบุคของ  “เฟิร์น ซิดนีย์” เฟสบุค Fernry Antz กับเรื่องราวอันน่าทึ่ง ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ซวยสุดๆนั่งกินข้าวอยู่ๆดีในร้านอาหารกลับโดนลูกหลงถูกยิงอาการสาหัสเกือบตายเพราะกระสุนฝังในถึง 6 นัด แต่ดวงแข็งรอดมาได้ ไม่พอหนีตายไปสู้ชีวิตที่เมืองนอกกลับโดนคนใกล้ตัวหลอกไปทำงานอย่างว่าแต่จะผ่านตรงนั้นมาได้เรื่องราวเธอน่าสนใจจนกลายเป็นชีวิตที่ถูกแชรฺ์โดยคนดังบนโลกโซเซียลจากเฟสบุค Fernry Antz

13393294_10153420668602202_1226363843_n

“หนูเป็นเด็กจากพิษณุโลกฐานะที่บ้านยากจน บ้านโดนยึด แต่ก่อนหน้านี้พอมีฐานะระดับหนึ่ง คือพ่อแต่ก่อนเปิดค่ายมวยมีนักมวย70คน แล้วพ่อทำสถานบันเทิง ไนท์คลับ สตาร์ไนท์คาราโอเกะ พอปีนั้นฟองสบู่แตกกิจการของพ่อล้มหมดทุกอย่างเหลือแต่ค่ายมวย จากมีนักมวย 70 คน ลูกเด็กเล็กแดงที่เอามาฝาก แล้วพอมันเจ้งก็ค่อยๆปล่อย ต่อมาบ้านโดนยึด อาคารพาณิชย์ 3คูหาโดนยึด แต่เราก็หน้าด้านอยู่ตรงนั้นมา 10-20 ปี ถึงแม้เขาจะเอาหมายศาลมาแปะทุกวันแต่เราก็ยังอยู่ เพราะมันยังไม่มีคนซื้อเราก็มาอยู่ได้”

13401013_10153419489272202_868365452_n

13390991_10153420668577202_1532322935_n
จำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีที่บ้านกำลังจัดงานบุญ ทางธนาคารก็มายึดบ้าน มาแปะหมายศาล คนเห็นเต็มเลย ส่วนตัวหนูก็เป็นเด็กเกเร สำมะเลเทเมา เพราะตอนนั้นพ่อพอมีเงินในระดับหนึ่ง ช่วงมอ 1-3 หนูเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ในพิษณุโลก ติด 0 ร มส ทั้งหมด17 ตัว ทางโรงเรียนเขาไม่ให้เรียนต่อไล่ออก หนูก็เลยไปเรียนต่อที่โรงเรียนผู้ชายพิษณุโลกพิทยาคม ก็โดนไล่อีกตอนมอ 5-6 เลยไปจบที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี หนูเลยมีเพื่อนหลายโรงเรียน จบมอหกเพื่อนพากันเข้าปีหนึ่งหนูไม่เรียน อาชีพกินเหล้าเมาอย่างเดียว ดรอปไม่เรียนหนังสือ พอจะเข้าปีหนึ่ง หนูอยากเรียนหนังสือแต่ที่บ้านไม่มีเงินให้แล้ว พ่อไม่มีเงินหนูเลยจะกินยาตาย กินยาพาราไป 200 เม็ดฆ่าตัวตายเพราะอยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน โชคดีที่ล้างท้องทัน คือเราเครียดที่เราก็ไม่กล้าบอกเพื่อนๆว่าเราตกอับ เพราะเราเคยมีแต่ จนแล้วจนรอดก็ได้มาเข้ามหาวิทยาลัยนเรศวรภาคพิเศษ โดยมีแม่ทำงานซักอบรีดส่งหนูเรียนจนจบ ส่วนพ่อตอนนั้นตกงานลำบากกันมาก

13392998_10153419489762202_218981427_n
พอเข้าช่วงอายุยี่สิบปี ตอนนั้นจำได้ว่าวันที่ 29 ธันวาคม ปี 2547 มีหมอดูคนหนึ่งทักมาบอกหนูว่า ระวังจะโดนยิง บอกเลยว่าเฟิร์นเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เมื่อก่อนนะ แต่เพื่อนที่ไปบอกหมอดูเขามีซิกเซนส์ หมอดูเตือนเฟิร์นว่า ระวังโดนยิงนะ ระวังโดนลูกหลงคนยิงกันนะปีใหม่ เชื่อมั้ยหนูนี่นั่งหัวเราะคิกๆ จะไปโดนได้ยังไง คิดในใจแช่งกูละ!!! แต่พออีกสองอาทิตย์ให้หลังโดนจริงๆ จากเหตุการณ์ คือหนูนั่งอยู่ในร้านเหล้ากลางคืน แบบนั่งกินข้าวในร้าน นั่งหัวโต๊ะอยู่อย่างนี้แล้วแบบเอาแขนเท้าโต๊ะไว้ แล้วไม่รู้เกิดอะไรขึ้นมีคนยิงสาดกระสุนเข้ามาในร้านเหล้า โดนหมดเลย หนูคนเดียวโดนยิง 6 นัด มันยิงเข้ามาในร้านเลย ยิงสาดเข้ามามีลูกกระสุนปืนออกมา 12 นัด

13401075_10153419489787202_1648752131_n13401099_10153419489747202_1867125740_n
เราก็ไม่รู้ว่ามันจะยิงใคร แต่เฟิร์นโดนหนักสุด กระสุนมันฝังทะลุเข้าไปในปอด ต้องผ่ากระสุนตรงปอดออก มันเจ็บ ทรมานหมอต้องเจาะปอด คือเห็นรอยกระสุนทะลุปอด ต้องผ่าตัดออก หมอบอกอีกนิดหนึ่งโดนคอหอย หนูอาการสาหัสกว่าใครเพื่อน ที่หนักไปอีกคือตอนที่นอนอยู่โรงพยาบาลไม่มีเงินเอาตัวเองจากโรงพยาบาลได้ คือตอนที่โดนยิงเขารีบเอาเราไปส่ง เขาดันเอาเราไปเข้าโรงพยาบาลรวมแพทย์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน สภาพเราตอนนั้นเฟิร์นกำลังแย่ หายใจไม่ออก พอไปถึงโรงพยาบาลเขาเอาเครื่องช่วยหายใจมา แต่เราบอกกับตัวเองกูจะตายไม่ได้ ห่วง พ่อแม่ แต่ความรู้สึกเหมือนคนจะตายแล้วมันเป็นห่วง บอกกับตัวเองจะตายไม่ได้ เฟิร์นบอกเบอร์โทรพ่อแม่กับหมอ พ่อแม่มาถึงตีสามพ่อก็ด่าใหญ่เลย เขาเลยบอกว่าต้องเจาะปอดเจาะสดๆ เอาสายยางสอดเข้าไปในซี่โครงมันเจ็บเราก็ร้องเสียงดัง สอดเข้าไปข้างละสองสายแล้วเอาหนังเราเย็บติดเข้าไปอีก นอนอยู่อย่างนั้นประมาณ ตี5-6โมงเช้า เขาบอกว่ารักษาไม่ได้ เพราะเส้นเลือดใหญ่แขนขวาขาดทำให้เลือดมันไหลตลอดเวลา!!!

13384816_10153419489117202_922569023_n
เสร็จแล้วคราวนี้เขาบอกต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ พวกโรงพยาบาลจุฬาฯ อะไรแบบนี้ แต่ทางพ่อแม่มาคิดกันว่าถ้าย้ายคนไข้ไป คนไข้จะไหวมั้ย แล้วก็คิดกันว่าให้มารอดูอาการที่โรงพยาบาลพุทธชินราชก่อน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลวง แต่มีเครื่องมือครบ พอมาโรงพยาบาลรัฐบาล ตอนหกโมงเช้า เฟิร์นก็กระดิกเพื่อนเข้ามาหาเพื่อสั่งเสียเพราะคิดว่าตัวเองคงทนพิษบาดแผลไม่ไหว เฟิร์นบอกเพื่อนว่าขอฝากแม่ด้วย ตอนนั้นหนูได้ยินพยาบาลบอกว่า หัวใจคนไข้เต้นช้าลงแล้วนะคะ ชีพจรเต้นช้าลงความดันต่ำ หนูนึกในใจว่ากูกำลังจะตายแล้ว!! เรากำลังจะตายแล้ว!! รู้สึกตัวว่าหายใจไม่ไหวเพราะมันเจ็บมาก มันเริ่มระบมแล้วไง แต่รู้ตัวทุกอย่างไม่เคยหลับ ตอนนอนอยู่โรงพยาบาลหนูไม่เคยหลับเลย กระดิกมือกระดิกนิ้วเรียกเพื่อนมาแล้วบอกกับเพื่อนว่า ฝากแม่ด้วย ถ้ากูเป็นอะไรดูแม่ให้ด้วย!!!

13401457_10153419489102202_1715666662_n
แต่ตอนนั้นเราบอกตัวเองว่าจะตายไม่ได้ แถมตอนนั้นห้องไอซียูมันเต็มต้องขึ้นไปนอนแผนกผู้ป่วยอนาถา แบบห้องรวม พี่เชื่อมั้ยภาพที่เห็น จากที่หนูเป็นคนเถียงพ่อเถียงแม่ ภาพคือแม่นอนเอาเสื่อปูนอนใต้เตียงเฝ้าเรา เพื่อนๆเนี่ยยืนล้อมเตียงเต็มไปหมด เครื่องช่วยหายใจ ยา เต็มไปหมด คงคิดว่าเราไม่รอดแน่ๆ หนูก็นอนอยู่อย่างนั้นไม่ทำอะไรเลย เสื้อก็ใส่ไม่ได้ นอนแบบทรมานอยู่7วันเต็มๆที่ไม่ได้ทำอะไรเพราะไม่มีหมอ พอเจ็ดวันผ่านไป เขาเลยเอาเข้าไปผ่า กระสุนออก เริ่มผ่าที่แรกตรงแขนก่อนแล้วกลับมาพัก จากนั้นอีกอาทิตย์ก็ไปผ่าแถวหน้าอก แล้วหมอก็มาล้อมเตียงเราพร้อมนักศึกษาแพทย์ หมอมาดูเคสตัวอย่างเอกซ์เรย์มีปอดในกระสุนที่มันผ่าออกไม่ได้ซึ่งมันเสี่ยงเกินไป ผ่าออกแล้วอาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ทำให้ทุกวันนี้หนูจึงมีปวดข้างเดียวเพราะอีกข้างกระสุนฝังในอยู่จับคลำก็ยังเป็นก้อนกระสุนอยู่ข้างใน แต่หนูรอดออกมาได้ เชื่อมั้ยจากเหตุการณ์นั้น หนูกลายเป็นคนขึ้นมาหน่อย ไม่เถียงพ่อแม่ รู้จักฟังความพ่อแม่ พูดรู้เรื่อง แต่ก็ยังไม่ทำงานนะยังเรียน ยังกินเหล้าเที่ยวเหมือนเดิม

พูดถึงคนที่ยิง ตอนนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้ เหมือนตัวเองโดนยิงฟรี ลงข่าวหน้าหนึ่งด้วยนะตอนนั้น ตำรวจยังไม่มาสอบปากคำเฟิร์นเลยที่โรงพยาบาล คือที่โดนลูกด้วยกันมี 5คน เพื่อนเฟิร์นโดนสามคน เพราะว่าเฟิร์นนั่งหน้าโต๊ะหน้าสุดแล้วแขนวางขวางลูกกระสุนแขนโดน 3-4 นัด เราไม่รู้ว่าไอ้คนที่ยิงมันไปมีเรื่องกับใครแต่โต๊ะเราไม่มีปัญหากับใคร เพราะเราเพิ่งมาถึงร้านกัน ถ้ากระสุนไม่โดนเฟิร์นก่อน พี่ผู้หญิงอีกคนอาจเสียชีวิตเพราะกระสุนมันเฉียดที่หัวพี่เขา อีกคนรู้สึกจะเป็นนักบินอยู่แอร์เอเชียมั้งที่โดนเข้าที่ขา แล้วมันยิงกันแค่ฝั่งถนนนะพี่ เฟิร์นได้ยินปัง!!! แล้วหันไปมอง เสียงอะไรว่ะ เพื่อนบอกสงสัยคนจุดพลุ คือตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าโดนยิง แล้วพอหันกลับมาเฟิร์นเห็นมือตัวเองห้อยลงเพราะกระดูกมันแตก เลือดเต็ม เราก็บอกว่าเฮ้ย กูโดนยิง!!! เลือดสาด เหมือนท่อน้ำแตก เฟิร์นล้ม แล้วบอกวาหายใจไม่ออก แล้วพี่ที่นั่งข้างๆซึ่งเป็นนักบินเขาก็จะมาอุ้มเราไปโรงพยาบาล โดยที่พี่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เขาโดนยิงที่ขา เขาก็อุ้มเฟิร์น แต่พอรู้ตัวว่าโดนยิงที่ขาเท่านั้น พี่เขาก็ทิ้งเฟิร์นลงหนูก็นอนไปกองอยู่กับพื้น เลือดพุ่งเป็นน้ำ แล้วคนกินเหล้าตอนนั้นตีสามวุ่นวายบางคนไม่มีสติ

13382297_10153419489107202_1255301980_n
ทรมานมากรอดตายมาได้เนี่ยปาฏิหารย์ พออาการดีขึ้น มือเริ่มขยับได้ หนูเอามือไปจับที่หูเลือดเต็มเลย เลือดแห้งกรังผมหัวเต็มไปด้วยเลือด อาบน้ำไม่ได้เลยหนึ่งเดือน ทำอะไรไม่ได้เลย ตอนช่วงที่นอนอยู่หนึ่งอาทิตย์เขาให้ยาก็แพ้ ร่างกายไม่รับ ปอดก็ติดเชื้อ แผลกดทับเริ่มมาเพราะนอนท่าเดียวแล้วพ่วงกับสายยางทุกอย่าง โดนนิดเดียวก็เจ็บ แต่ตอนนั้นเราเด็กด้วยไง ร่างกายมันเลยฟื้นตัวขึ้นมาไว พอออกมาจากโรงพยบาลยังใส่ที่แปะปอด เราก็ไม่ได้ไปเรียน แต่จะต้องสอบ จะไม่ไปก็ไม่ได้ไปสอบเกือบโดนรีไทร์ออก เกรดเฉลี่ยหนู 1.13 พอออกจากโรงพยาบาลก็ให้คนพยุงไปสอบ หนังสือก็เขียนไม่ได้ โชคดีที่อาจารย์ก็ยังช่วยบ้างทำให้เราเรียนจบมาได้
จนมาอายุประมาณ 24 หนูเรียนจบอายุ 24 คนส่วนใหญ่เขาเรียนจบตอนอายุ 22 ใช่ป่ะ แต่หนูจบช่วงอายุ 23-24 เลยเข้ากรุงเทพฯมาพร้อมเงิน 2000 บาท คือมาขออยู่กับเพื่อนก่อน แต่เราก็อยู่กับเขานานไม่ได้ เพราะเขาอยู่กับแฟนเราก็เข้าใจ แล้วเราไม่ได้จ่ายค่าเช่าให้เขาด้วย หนูเลยตัดสินใจไปอยู่กับเพื่อนอีกคน ก็ไปนอนโซฟาอยู่อย่างนั้น พอมีเงินก้อนหนึ่งหนูก็ไปเช่าหออยู่ แล้วไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าหน้าเมเจอร์ ปรากฏว่าสามเดือนเจ้ง คือจำได้ว่าเรามาเปิดร้านหน้าเมเจอร์ เปิดอยู่สามเดิอนเจ้ง ตอนนั้นเอาเงินที่แฟนเก่าที่เขาไปอยู่อเมริกาให้มาใช้ก่อน เขาจะให้เราตามไปที่อเมริกาเลยส่งเงินมาบอกว่าให้เราไปทำเรื่องตามที่ไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน แต่เฟิร์นทำเรื่องไม่ผ่าน เราเลยกะว่าขอไปอยู่ออสเตรเลียก่อน พอเราทำวีซ่าไม่ผ่านปุ๊ปเนี่ยแฟนก็หายเงียบไปเลย เราก็ว่าขอไปจัมป์วีซ่าที่ออสเตรเลียก่อน 5-6 เดือนแล้วบินไปต่อที่อเมริกาเพื่อไปอยู่กับแฟน สรุปว่าพอไปอยู่ซิดนีย์ 5-6 เดือน จากนั้นเราก็ไม่กลับมาอีกเลย!!

13393077_10153419489157202_1548320473_n
ครั้งแรกที่ไปออสเตรเลีย หนูไปกับเพื่อนคนหนึ่งแต่เราไม่สนิทกันนะคะ คือเหมือนพึ่งรู้จักกันแล้วชวนกันไป มีกระเป๋าไปใบหนึ่ง มีเงินติดตัวอยู่สามหมื่นบาท ยืมเขาไป 2 หมื่นอีก 1หมื่นเงินของตัวเอง พอไปถึงก็ไปหาห้อง living room นอน ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้งูๆปลาๆ คือตอนนั้นที่ตัดสินใจไปออสเตรเลียเพราะบ้านกำลังโดนยึด ทุกอย่างโดนยึด ถ้าเราไม่ทำพ่อเราก็ตกงานแม่ก็แค่ซักอบรีด หมายศาลก็มาไล่ทุกวัน ถ้าไม่ทำอะไร เราอยู่ไม่ได้ก็เลยตัดสินใจไปออสเตรเลียเพื่อไปขุดทอง คือแบบกะไปตายเอาดาบหน้า พอไปถึงที่ซิดนีย์ด้วยวีซ่านักเรียน ขอวีซ่าไป 5 เดือนเพราะมีเงินอยู่แค่นั้น เขาให้อยู่ 6 เดือน แต่วีซ่าเฟิร์นโชคดีที่มันไม่ติดคอนดิชั่น เพราะมีอาเป็นคนยื่นสเตทเม้นให้ และภายใน 6 ก็ต้องหาเงินต่อวีซ่าให้ได้เพื่ออยู่ที่นั่นต่อ

13401457_10153419489077202_1643509422_n13407739_10153419489072202_1176834008_n
ตอนที่ไปถึงใหม่ๆกับเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท พอถึงเวลาเพื่อนคนนี้เขาก็มีญาติอยู่ที่นั่น แต่เราไม่มี เขาก็หนีไปอยู่กับญาติ แล้วเรา เราจะอยู่ยังไง ถึงห้องมันเป็นแค่ living room แบ่งครึ่งนอนกันราคา 250 เหรียญหารสอง ตอนนั้นเงินก็ไม่มี แบบงานก็เริ่มทำได้แค่ 40 เหรียญอะไรแบบเนี่ย ไหนจะค่ากินค่าอะไรอีก ก็ต้องออก พอวันนั้นกลับมาบ้านเพื่อนไม่อยู่แล้ว มันไปแล้ว เพื่อนทิ้งเราไปแล้ว เราก็ชิปหายแล้วกูจะอยู่ยังไงละ เรากลับมาวันอาทิตย์เพื่อนหนีไปวันอาทิตย์เลย แล้วพรุ่งนี้เราต้องจ่ายค่าบ้านถ้าเราไม่ออก พรุ่งนี้เราก็ต้องจ่าย หนูทำไงรู้มั้ย เพื่อนขนของหนีเราก็ขนของหนีเหมือนกัน เพราะจะให้อยู่ยังไง เราไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน หนูก็เก็บกระเป๋าเลยใส่ถุง ขนอาหารผักของกินแพ็คขนออกมาไปตายดาบหน้า เพราะว่าของที่ซื้อมาจะเอาที่ไหนกินเพราะที่นั่นของมันแพง เลยเอากระเป๋าเดินลากมา กระเป๋าใบใหญ่ลากมาข้างนอกแล้วตอนนั้นช่วงนั้นเป็นปีที่แบบหนาวมาก ประมาณปี 2009 หนาวชิบหาย แล้วหนูไม่มีบ้านอยู่ต้องเดินมาอย่างไกลเพราะบ้านที่เช่าไว้อยู่นอกเมือง แล้วเราพึ่งไปใหม่ๆ คุยภาษาอังกฤษก็คุยไม่รู้เรื่อง เติมเงินในโทรศัพท์ก็ทำไม่ได้ เล่นเน็ตก็คุยไม่เป็น หนูก็คิดกููจะทำไงดีว่ะ หนูเลยตัดสินใจแม่งนั่งตรงถนนจอร์ชสตรีท นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ นอนตรงนั่นเลย จำได้เลยภาพหิ้วของเต็มเลยรอบตัวเหมือนคนอพยพ นอนตรงนั้นข้างถนน แล้วจากนั้นก็มีเพื่อนสองคนเป็นผัวเมียคนไทย ปัจจุบันยังอยู่ด้วยกันอยูเลย ยังคบกันอยู่เลย เขาเดินมาว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย ตอนนั้นหนูไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร เขาบอกว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย เราก็บอกไปตรงๆว่าไม่มีบ้านอยู่ เขาก็บอกว่า อ้าวทำไมมานั่งตรงนี้ไม่หนาวเรอ ระวังนะอันตรายเป็นผู้หญิงด้วย เราก็บอกว่าไม่มีบ้านอยู่ เขาก็บอกให้ลองหาในอินเตอร์เน็ตเข้าเวบโน่นนี่ เราก็บอกว่าไม่มีอินเตอร์เน็ต เขาก็บอกว่าบ้านเขาว่างเตียงหนึ่ง ไปอยู่กันก่อนมั้ย มันก็ดึกแล้วเราก็เออ ไปก็ไป คือหนูซึ้งน้ำใจเขามาก ปัจจุบันหนูก็ยังอยู่บ้านหลังนี้

13407618_10153419489857202_1979576886_n13407651_10153419489867202_141394192_n
ช่วงนั้นต้องขยันหนูทำงานวันละสามกะ นอนวันละ 2-3 ชั่วโมง ทำอยู่อย่างนั้นเป็นเด็กเสิร์พ รับจ้างทำความสะอาดออฟฟิต กลางคืนไปทำความสะอาดจนถึง 4 ทุ่ม เช้าไปเสิร์พ ทำแซนด์วิช เรียนก็ไม่ไปทำงานอย่างเดียวเพื่อว่าถ้าเกิดไม่ได้เงินเราก็อยู่ไม่ได้ ร้านแรกที่ได้คือได้เงินมา 40 เหรียญ ขายเป็นหมื่น เดินจนขาขวิด จำได้ว่าเงินก้อนแรกที่ได้ 6,000 บาท หนูส่งให้ที่บ้านหมดเลยนะ หนูว่าที่ทำให้หนูมีทุกวันนี้ได้เพราะว่าเราไม่ลืมเขาพ่อแม่ ที่มีทุกวันนี้เพราะเราไม่ลืมบุญคุณของเขา!!

จนทำงานที่ซิดนีย์มาได้สามปี หนูได้ไปเจอคนรู้จัก เหมือนเขาเป็นคนที่อยู่ข้างบ้านเราสมัยก่อน เป็นน้าที่เขามาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านเรา ก็รู้จักกับแม่หนูด้วย หนูไปเห็นเขาเดินอยู่ที่ไทยทาวน์ หนูเรียกเขาว่าน้า หนูแบบดีใจมากเฮ้ยคนบ้านเดียวกัน เพื่อนแม่ เขาเคยมาเช่าบ้านข้างๆเราเห็นเขามาตั้งแต่เราเด็กๆ หนูเลยวิ่งไปทักเขา เขาจำเราได้ เขาถามว่ามาทำไม ทำงานอะไรอยู่ หนุูก็บอกว่ามาได้สามปีแล้ว เราทำงานเสิรฟ์ได้ชั่วโมงละ 13 เหรียญซึ่งตอนนั้นมันน้อยมากเขาก็บอกว่าไปทำงานกับน้ามั้ย เขาก็ให้เบอร์ คือน้าคนนี้เขามาอยู่ที่นี่นานแล้วและรวยมาก เสร็จแล้วเขาก็นัดมาเจอเรา มาหาน้า เขานัดไปเจอที่ไทยทาวน์ ปรากฏว่าชวนเราไปขายตัวซะงั้น!! คือแกเปิดซ่อง เริ่มแรกเขาถามว่าเรานวดเป็นมั้ย เราบอกว่าพอนวดได้เพราะเคยเรียนนวดที่เมืองไทย เราก็ดีใจแบบโหได้งานดีแล้ว ไม่ต้องลำบากแล้ว แต่น้าก็ถามว่าจะนวดไหวเรอเพราะฝรั่งมันตัวใหญ่นะ เราก็บอกไหว เพราะเราบอกเขาว่างานที่เราทำร้านอาหารเงินมันน้อยเขาถามว่าได้วีคละเท่าไหร่เราบอกว่าได้วีคละ 500 เหรียญเขาก็ถามว่าทำกับน้ามั้ยร้านนวดงานอย่างนั้นแหละ???
ตอนแรกหนูไม่เข้าใจว่างานนวดแบบนั้นคืออะไร จนกระทั่งเขาพูด หนูก็ถามว่าแฮปปี้เอนดิ้งเรอ?? น้าก็บอกว่าอย่างนั้นแหละ เขาบอกว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ไม่มีใครรู้จักเราหรอกที่นี่ ทำแปปเดียว หนูก็บอกว่าหนูทำไม่ได้!!! หนูก็ไม่ทำ เขาก็เกลี้ยกล่อมเราอยู่นานบอกว่าอาทิตย์หนึ่งได้เงิน 5,000-6,000 เหรียญเลยนะ แปปเดียวก็ได้เงินกลับบ้าน หนูก็บอกหนูไม่ทำ วันนั้นหนูเดินร้องไห้กลับบ้าน รู้สึกสมเพชตัวเองชิปหาย ไอ้เหี่ยทำไมมึงดูถูกกูแบบนี้ว่ะ!!! บอกกับตัวเองเลยว่า ชาตินี้กูต้องรวยให้ได้ ถ้ากูมีเงินไม่ถึง 10 ล้านบาท กูจะไม่กลับมาเหยียบประเทศไทยเด็ดขาด หนูบอกแบบนี้เลยนะ หนูเจอเขาอีก หนูไม่ทักเลยนะ แต่เราก็เข้าใจคนอยู่ที่นั่นมันมองธรรมดา จนไปรููัทีหลังน้าคนนี้เปิดซ่องอยู่ 5 ซ่องที่นั่น เมื่อก่อนเขาบอกทำร้านอาหารตอนแรกๆก็ดีละนะ มีสามร้านแต่เดี๋ยวนี้มาทำร้านนวดหมดเลย เราเลยไม่สงสัยว่าทำไมเขาถึงรวยขนาดนี้ ซื้อบ้านที 4-5 หลัง เราบอกเราทำไม่ได้หรอกงานแบบนี้ !!!

13407571_10153419489832202_1740116149_n
เฟิร์นเลยมาเอาดีทำงานกับฝรั่ง แต่ภาษาอังกฤษก็ไม่ดี จำได้เคยโดนไล่ออก ฝรั่งเขาขอจานรองกาแฟ แต่เราดันหยิบไส้กรอกให้ มันออกเสียงคล้ายๆกัน เขาเอาไปฟ้องเจ้านายว่าเราแกล้งแต่ความจริงเราฟังไม่รู้เรื่อง อยู่มาสักพักเข้าปีที่หก คราวนี้แล้วไปบุกเบิกในร้านครัวฝรั่ง ภาษาเริ่มได้ทำงานที่แบบในร้านมีแต่คนอิตาลี มีออสซี่ มีหนูเป็นผู้หญิงไทยคนเดียวเลย เริ่มได้ภาษารู้วัฒณธรรม จนได้มารู้จักเพื่อนฝรั่งคนหนึ่งที่ทำงานในโรงแรม ตอนนั้นหนูทำบาร์เทนเดอร์ ฝรั่งอีกคนทำงานเป็นฝ่ายบุคคล แล้วเวลาเบรคจะมาเจอกันจากนั้นคุยถูกใจถูกคอกันแล้วชวนกันมาร่วมธุรกิจ เราบอกมันว่าเราอยากทำสินค้าส่งออกไปขายที่จีนมากเลย แต่เราติดต่อโรงงานแล้วเขาไม่ตอบกลับ เพื่อนฝรั่งเขาเลยสนใจ เราเลยให้เพื่อนติดต่อไปเพราะมันเป็นฝรั่งน่าจะคุยรู้เรื่องคุยง่าย พอเพื่อนฝรั่งติดต่อไปโรงงงานนัดเข้าพบ

13392991_10153419489292202_1082483503_n

13407490_10153419489727202_2130506867_n13407511_10153419489192202_603864295_n

จากนั้นก็เริ่มผลิตสินค้าเป็นครีมและสบู่ที่ใส่น้ำมันนกอีมูเจ้าแรกที่โด่งดังข้ามประเทศ ซึ่งน้ำมันนกอีมูถือเป็นเทรนด์ความงามใหม่และโด่งดังมากในออสเตรเลียที่ดังพอๆกับรกแกะแต่ยังไม่มีกระแสมากในเมืองไทย พอได้สินค้าแล้วก็เอาไปโปรโมทสินค้าในเว่ยป๋อ เถ๋าเป่า และ อาลีบาบาของจีน ปรากฏว่ามีออเดอร์เข้า มีลูกค้าเข้ามาหาเราติดต่อขอซื้อจำนวนมาก เฟิร์นเลยไปจดทะเบียน ABN ทะเบียนพาณิชย์ของออสเตรเลีย ทำอะไรทุกอย่างก่อนผ่านขั้นตอนถูกต้อง ทำไปทำมาได้ออเดอร์สินค้ามาสองคอนเทนเนอร์ส่งไปขายในจีน เพราะมีลูกค้าเขาเดินทางมาเซ็นต์สัญญากับเรา เขามาคุยกับเรา กลายเป็นว่าเริ่มสำเร็จมีเงินเก็บเป็นหลายสิบล้านจากการเอาสบู่นกอีมูที่กำลังเป็นเทรนด์ความงามมาแรง เสร็จแล้วก็กลับมาเมืองไทย กะว่าจะมาตีตลาดที่นี่

13393196_10153419489327202_489940132_n13393301_10153419489332202_842424057_n
ล่าสุดเปิดตัวสบู่นกอีมูแบรนด์ Richy Rich เจ้าเดียวเจ้าแรกในเมืองไทยที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ยอดขายปังมาก ถล่ม 10,000 ก้อนภายในวันแรกที่ขาย “เราขายทางออสเตรเลียผ่านออนไลน์ ออฟไลน์ก็มี ใช้ดีมาก พูดถึงสบู่นกอีมู มันคือเทรนด์ความสวยความงามที่มาแรงมากตอนนี้ เราเคยมีรกแกะที่ดังมาแล้ว ตอนนี้น้ำมันนกอีมูมาแรงมาก ที่ออสเตรเลีย น้ำมันนกอีมูเขาขายกันเหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้านของคนที่นั่น เนื้อมันเอามาทำเนื้อแดดขายก็มี มันมีประโยชน์มากแล้วที่เมืองไทยน้ำมันนกอีมูยังไม่มีเจ้าไหนทำ เราเป็นเจ้าเดียวที่ผลิตสบู่น้ำมันนกอีมูขึ้นมา สำหรับข้อมูลเชิงวิชาการ คือมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่อเมริกาเอาไปวิจัย ค้นพบว่าสบู่นกอีมูรักษาโรคสะเก็ดเงิน ผมร่วง งูสวัด ทำกันแดด

13393171_10153420668572202_52739387_n13393561_10153420668582202_714184714_n13414438_10153420668547202_989556502_n

ชนเผ่าอะบอริจินใช้มานานแล้ว แล้วนกอีมูมีต้นกำเนิดที่ออสเตรเลียเท่านั้นไม่มีที่อื่น พอเราผลิตแบรนด์สินค้ามา เราก็ส่งออกไปกัมพูชา ไต้หวัน พม่า ไทย ส่วนจีนเป็นเมดอินออสเตรเลีย เรามีตัวแทนที่กัมพูชา เรามีตัวแทนจำหน่ายผู้เดียว เรามีระบบตัวแทน ซื้อไปแล้วไปขายที่กัมพูชาขายดีมากขายเป็นเงินดอลลาร์ แล้วเฟิร์นมีใบรับรองจากออสเตรเลีย ทำให้สบู่น้ำมันนกอีมูจากประเทศออสเตรเลียมีคุณภาพขายดี เหมาะกับผู้มีปัญหาสิวกวนใจ ผิวแพ้ง่าย ผิวระคายเคือง จากแสงแดด ลดสิวอักเสบ ลดการสูญเสียน้ำ ชวยลดเลือนริ้วรอยผิวขาวใสภายใน 7 วัน”

13382238_10153419489177202_1107933225_n13392960_10153419489322202_645035569_n13414001_10153419489432202_1894203419_n

13401017_10153420668557202_1652587365_n
จากเด็กเกเรไร้อนาคต เฟิร์น กลับมาปลดหนี้สินให้พ่อแม่ สร้างบ้านใหม่ให้พ่อแม่ มีเงินเก็บหลายสิบล้านพร้อมซื้อรถเบนซ์เป็นรางวัลชีวิต “มันเหลือเชื่อ ชีวิตหนูบอกเลยว่ากว่าจะมาวันนี้เจอความลำบากหนักหนาสาหัสที่สุด ถึงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆแต่ไม่ยอมแพ้ หนูอึด หนูสู้ หนูทน และที่สำคัญหนูไม่เคยลืมพ่อแม่ เฟิร์นว่าที่เราผ่านมาเรื่องราวต่างๆมาได้จนตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการเพราะเรานึกถึงเขาตลอดเวลา ตั้งแต่เงินก้อนแรกที่หาได้จากการหนีตายไปออสเตรเลียจนถึงทุกวันนี้ แม้ตอนนั้นเราจะแทบไม่มีกินแต่หน้าที่ของลูกก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ดีหนักหนาแล้วที่เรายังไม่ตายตอนโดนยิง สวรรค์ยังให้โอกาสเรามาตอบแทน ชีวิตเฟิร์นถึงทำมาค้าขึ้น จนตอนนั้นยอดออเดอร์ไม่พอจริงๆ กำลังเร่งผลิตเพราะสั่งจองมาเกินแสนก้อนแล้ว”

13423957_10154217345533334_5400530281561546794_n

13401207_10153419489137202_1238400453_n