รัฐบาล (โดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ต้องการให้ประเทศไทยก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกมากขึ้น อีกหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด คือโครงสร้างของอินเทอร์เน็นความเร็วสูง ที่ถือว่าเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาที่เท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล ด้วยเหตุนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จึงได้มีมติให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) : TOT เป็นผู้ดำเนินการในการวางโครงสร้างพื้นที่และให้บริการอินเทอร์เน็ต ในโครงการของเน็ตประชารัฐ ไปยัง 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ

นอกจากนั้นประกอบกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมทั่วประเทศที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Accessible) มีความพร้อมใช้ (Available) และอยู่ในราคาที่จ่ายได้ (Affordable) ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงมีความจำเป็นและถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศอื่น แต่ในการขยายโครงข่ายฯ ในพื้นที่ห่างไกลมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำให้ผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศไทยส่วนใหญ่เน้นพัฒนาการให้บริการในเขตชุมชนเมือง เป็นเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในการเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของภาครัฐ

ทั้งนี้ 27 ธันวาคม 2559 เป็นครั้งแรกของการเปิดโครงการยกระดับโครงการพื้นฐานโทรคมนาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ และเลือกตำบลจุน จังหวัดพะเยาเป็นจุดแรกของการติดตั้งเน็ตประชารัฐ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber-To-The-x: FTTx) ไปยังหมู่บ้านต่างๆ ที่มีความห่างไกลความเจริญ และโครงสร้างของโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังไปไม่ถึง ซึ่งทุกก้าวของการพัฒนาและเดินสายไฟเบอร์ออฟติกไปยังจุดต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการ สามารถใช้เน็ตประชารัฐ ในแง่มุมต่างๆ และเป็นการสร้างเสริมความรู้ให้กับชุมชนและประชาชนภายในหมู่บ้านที่ติดตั้ง โดยสถานที่ติดตั้งส่วนใหญ่จะเป็นศาลาประชาคม สถานที่ประชุมของแต่ละหมู่บ้านเป็นหลัก เพื่อให้ชุมชนสามารถมาใช้งานได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่ลงทะเบียนการใช้งานเบื้องต้นเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นเดือนมกราคม 2561 ที่เริ่มติดตั้งไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพียง 99 หมู่บ้าน จนปัจจุบันทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ภายใต้กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ติดตั้งเน็ตประชารัฐไปกว่า 24,700 หมู่บ้าน ครบแล้ว ซึ่งเชื่อว่า ประชาชนภายในชุมชนจะได้รับประโยชน์ต่อการใช้งานเน็ตประชารัฐ พร้อมยังได้เพิ่มเติมความรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธี โดยผ่านเว็บไซต์ Netpracharat.com ซึ่งครอบคลุมความรู้ทั้งหมด 5 ด้าน ประกอบด้วยความปลอดภัย 4.0 โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยผ่านออนไลน์ เกษตรกร 4.0 โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีการเกษตรผ่านออนไลน์ สุขภาพ 4.0 โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลการแพทย์และปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ ภูมิปัญญา 4.0 โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ไม่รู้จบผ่านออนไลน์ชุมชนเน็ตประชารัฐ โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ไม่รู้จบผ่านออนไลน์ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 1111 กด 8 

    ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พา 24,700 หมู่บ้าน ก้าวสู่ ไทยแลน 4.0 อย่างเต็มรูปแบบกับเน็ตประชารัฐ เน็ตเพื่อประชาชน