กรณีในโลกโซเชียลแชร์ภาพพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม บ.กระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พ่นลูกไฟ กลางงานแห่กฐินสามัคคี ในวัด ซึ่งมีช้าง 4 เชือกและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงานแห่กฐินจำนวนมาก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ด้าน พระปลัดรัตนชัย เปิดเผยว่า การเป่าไฟที่มีการแชร์ภาพนั้น ทำเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ให้ลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าภาพ ซึ่งศรัทธาหลวงพ่อ เนื่องจากเป็นคนที่มาให้หลวงพ่อเป่า ประพรมน้ำมนต์ มีการคลุมผ้าขาว ก่อนเป่าเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในตัวออกไป อยู่เป็นประจำ ญาติโยมที่เจ็บป่วยก็หาย จึงเกิดศรัทธา มาร่วมงานกฐินกันทุกปี

ส่วนการคลุมผ้าเป่าไฟ ก็เป็นการให้ธาตุไฟแก่โยม เป็นความเชื่อ ไม่เป็นอันตราย หลังเป่าไปอาจจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี เป็นการให้กำลังใจญาติโยม ก็หายป่วยหลายคน ญาติโยมจึงพากันมาให้หลวงพ่อเป่าให้อย่างต่อเนื่องมา 8-9 ปีแล้ว ที่เป่าคือ ใช้น้ำตาเทียนเป่า ในพระธรรมวินัย ที่บอกว่าห้ามอวดอุตริมนุษยธรรม หลวงพ่อไม่ได้อวดอ้างอะไร เป่าเพื่ออนุเคราะห์ สงเคราะห์ เพราะโยมขอร้อง ถือว่าข้อนี้ยังไม่ผิด ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดร้ายแรง แต่ถ้าในพระธรรมวินัย ศีลมี 227 ข้อ ข้อที่ห้ามคือปาราชิกสี่ ก็ไม่ได้อยู่ในขั้นนี้ที่ว่าหนัก เป็นการสงเคราะห์ อนุเคราะห์คือสิ่งที่ประเสริฐ คือสิ่งที่ดีเป็นการให้กำลังใจญาติโยม

วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปวัดศาลาลอย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อพบพระศรีวิสุทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ สอบถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการกับพระปลัดรัคตนชัย อหิงสโก ว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่และมีความผิดทางวินัยสงฆ์หรือไม่

พระศรีวิสุทธิคุณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการคะนองมากกว่า ตามพระวินัยก็คืออาบัติทุกกฎ คำว่าทุกกฎนี้คือเบาที่สุดแล้ว ได้แต่ตักเตือนไว้ ว่าต่อไปก็ขอให้สำรวมบ้าง สำรวมแบบไหนก็ให้ไปทบทวนในนักธรรมชั้นโท ซึ่งไม่ถึงขนาดผิดพระวินัยที่ร้ายแรง แต่ถ้าเป็นการอวดอิทธิฤทธิ์ ก็ร้ายแรง แต่นี่เข้าใจว่าเป็นการคะนองมากกว่า ตามที่เขารายงานมา ซึ่งก็ได้ทำการตักเตือนผ่านไปยังพระเลขาเจ้าคณะอำเภอ ผ่านไปทางไลน์ เพราะว่ารู้ข้อมูลจากสื่อ จึงต้องฝากเตือนไปทางสื่อ แต่ถ้ามีลายลักษณ์อักษรมา เราก็ดำเนินการไปตามลายลักษณ์อักษร ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีคำสั่งจากเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกอยู่แล้ว ก็มีคำสั่งส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร กิจกรรมบันเทิงต่างๆขอให้งด รวมทั้งป้ายเกี่ยวกับโฆษณาวัตถุมงคล และความขลังของเกจิ ทรงวิทยาคุณในด้านนั้นด้านนี้ ขลังเรื่องยิงไม่ออกฟันแทงไม่เข้าต่างๆ ขอบข่ายของการขึ้นป้ายต่างๆ ส่วนเรื่องของการปลุกเสกนั้นเป็นประเพณีโบราณ ยังไม่มีคำตอบและคำสั่งที่ชัดเจน ที่เป็นเอกภาพว่าต้องงด เท่าที่ทราบให้งดบรรยายสรรพคุณของเกจิเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะมีกระแสข่าวพระพ่นไฟ ทางเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ก็ได้มีคำสั่ง ไปถึงวัดทุกวัด เป็นปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะในห้วงเดือนที่จะมีพิธีพระราชทานพระเพลิงพระบรมศพนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ หนังสือลงวันที่ 3 ต.ค.2560 อ้างถึง สภ 1101/125 ลงวันที่ 30 ก.ย.2560 สำเนาคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ที่ 1 / 2560 จำนวน 1 ฉบับ ให้สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมีพระศรีวิสุทธิคุณ เป็นเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ทำการส่งหนังสือคำสั่งให้พระสังฆาธิการในเขตปกครองของตน ที่มีความประพฤติไม่เรียบร้อย และปฏิบัติไม่เหมาะสมก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตนและหมู่คณะ และให้มาตรการลงโทษตามพระธรรมวินัยและกฎหมายคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด เพื่อความเรียบร้อยดีงามแห่งหมู่คณะ หรือสถาบันพระศาสนาโดยรวม อีกทั้งเพื่อเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุสลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรามหาภูมิพลอดุยลเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมกันนี้ให้อำเภอได้แจ้งให้วัดห้ามไม่ให้มีการขึ้นป้ายประกาศและเก็บป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายโฆษณาทุหกชนิด ทุกประเภท ที่เกี่ยวกับการจัดสร้างจัดทำวัตถุมงคลต่างๆภายในบริเวณวัดทุกวัด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยดีงาม เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและร่วมถวายอาลัย น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย อย่างสมพระเกียรติ