วันที่ 14 ก.พ. นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียขององค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์โต้กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวในงานส่งเสริมวาระสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุรัฐบาล คสช.จะส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนและสร้างสันติสุขในสังคมว่า แม้จะประกาศรับรองสิ่งที่เรียกว่า วาระสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าระบอบเผด็จการทหารจะยุติลงในเร็ววัน เนื่องจากรัฐบาลทหารยังคงปราบปรามเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และชะลอการคืนอำนาจให้รัฐบาลพลเรือนต่อไป

เนื้อหาในแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดมั่นในการปฏิรูปอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทหารคุกคามผู้วิจารณ์และผู้เห็นต่าง ห้ามการชุมนุมสาธารณะอย่างสงบ เซ็นเซอร์สื่อ และกดดันการใช้เสรีภาพแสดงความเห็น แทนที่จะฟื้นฟูการเคารพสิทธิมนุษยชน และนำประเทศกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า รัฐบาลทหารเคยให้สัญญาตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 แต่ไม่เคยทำตามอย่างจริงจัง และมีการใช้อำนาจอย่างกว้างขวางโดยปราศจากการตรวจสอบและกำกับดูแล ซึ่งนับแต่รัฐประหาร คสช.เซ็นเซอร์และห้ามสื่อมวลชนวิจารณ์ระบอบปกครองของทหาร สื่อต้องเผชิญการคุกคาม การลงโทษ และการสั่งปิด หากเผยแพร่ความเห็นในเชิงวิจารณ์ต่อรัฐบาลทหาร และประเด็นอื่นๆ ที่คสช.มองว่ากระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงการรายงานข้อกล่าวหาว่ากองทัพเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยล่าสุดวันที่ 6 ก.พ. สถานีโทรทัศน์ พีชทีวี ถูกสั่งให้งดการออกอากาศ 15 วัน เนื่องจากวิจารณ์ระบอบปกครองของทหาร และยังดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย 39 คนที่ต้องการเลือกตั้งในปีนี้ ทั้งที่พวกเขาชุมนุมอย่างสงบเมื่อวันที่ 27 ม.ค.

ส่วนกรณีอื่นๆ ที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่าไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน ได้แก่ กรณีกองทัพใช้การควบคุมตัวแบบลับกับผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง โดยควบคุมตัวนานถึง 7 วันโดยไม่มีการแจ้งข้อหา ทั้งยังมีกรณีแรงงานต่างชาติถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทนายจ้าง หลังจากพวกเขาเข้าร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่าถูกละเมิดสิทธิแรงงาน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกหลายพันคนถูกเรียกตัวเข้าพบเจ้าหน้าที่ และกดดันให้ยุติการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อ้างว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่หลากหลาย ทำให้ขาดความสามัคคี ในสังคม