จากกรณีประธานบริษัทบริษัทแป้งชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับทางร.ต.อ.เจริญ สุขมาก รองสว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน ว่าน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ลูกสาวของน้องชายเป็นผู้บริหารบริษัทเดียวกันเดินทางไปเที่ยวย่านอาร์ซีเอ พระราม 9 และหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งพบนอนหมดสติอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง โดยเจ้าหน้าที่พบว่าน.ส.เอ ถูกพาเข้าโรงแรมโดยรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สเปซวากอน ทะเบียน ญณ 8229 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปและพบว่าผู้พาเข้าโรงแรมคือนายรุ่งโรจน์ อัครเรืองกุล อายุ 36 ปี จึงเชิญตัวมาสอบปากคำที่สน.มักกะสัน

สอบสวนนายรุ่งโรจน์ ให้การว่า พบกันที่ร้านเหล้าในอาร์ซีเอและพาขึ้นรถมาโรงแรม และเมื่อถึงห้อง น.ส.เอ ถอดเครื่องแต่งกาย และอาเจียนไม่ได้สติ ทำให้ต้องทิ้งน.ส.เอ ไว้ที่โรงแรมและขับออกไปทันที โดยยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและอนาจารไว้ก่อน และรอผลตรวจร่างการเหยื่อผู้เสียหายส่งไปตรวจร่างกายหาร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศและสารพิษที่ รพ.ตำรวจ เมื่อได้ผลจะกลับมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้ง เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 3 มกราคม ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มักกะสัน ต่างเก็บตัวเงียบไม่ให้ข่าวกับทางสื่อมวลชนแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า จากการสอบปากคำนายรุ่งโรจน์ยืนยันว่าไม่ได้กระทำชำเราน.ส.เอ และไม่ได้มอมยา แต่ได้ดื่มกินกันที่ร้านและขับรถออกไป โดยน.ส.เอ หมดสติ ทั้งนี้ตำรวจได้สอบปากคำน.ส.เอ แล้ว เบื้องต้นให้การว่าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ขณะที่ญาติของน.ส.เอ เป็นผู้เข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่เห็นว่านายรุ่งโรจน์ มีพฤติการณ์เข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะมีเจตนาพา น.ส.เอ ที่หมดสติเข้าโรงแรม จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีไว้ก่อน อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวนายรุ่งโรจน์ไป และจะทำสำนวนสอบปากคำให้ละเอียดก่อนเรียกนายรุ่งโรจน์มาแจ้งข้อหาอีกครั้ง และจะรอผลตรวจร่างกายของน.ส.เอ หากพบว่ามีการกระทำชำเราจะแจ้งข้อหานายรุ่งโรจน์เพิ่ม ทั้งนี้ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวนั้นสามารถยอมความกันได้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหาเพิ่มเติม ถ้าผู้ต้องหาถอดเสื้อผ้าผู้เสียหาย ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายมีความผิดข้อหาพยายามล่วงละเมิดทางเพศ ข้อหากระทำอนาจาร ผู้เสียหายไม่ได้ถึงขนาดถูกมอมยา จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ดื่มสุราแล้วถูกพาไปเพื่ออนาจาร แพทย์ตรวจร่างกายผู้เสียหายไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสน.มักกะสัน สอบสวนผู้ต้องหาเพื่อขยายผลว่า เคยก่อคดีลักษณะเดียวกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน แจ้งข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง และข้อหาพาไปเพื่อการอนาจาร

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า โรงแรมต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ใช่เอาแต่ได้ ปล่อยให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ ต้องตรวจสอบว่าหละหลวมหรือไม่ เพราะตามพ.ร.บ.โรงแรม ระบุว่า หากพบเห็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ประคับประคองผู้ที่ไม่ได้สติเข้าโรงแรมก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ และไม่ให้เข้าไปเช่าโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต้องมีการปกป้อง คุ้มครอง ไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ถ้าหากโรงแรมปล่อยให้มีผู้พาเหยื่อสภาพหมดสติเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศ จะมีความผิดข้อหาสนับสนุน กระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวก หรือให้ความสะดวก ต้องดำเนินคดีกับโรงแรมด้วย ทำนองเดียวกันโรงแรมในท้องที่สน.บางซื่อ ที่ปล่อยให้ผู้ต้องหามอมยาพาผู้หญิงไปรุมโทรมจนเหยื่อเสียชีวิต เหตุที่เกิดขึ้นถ้าตรวจสอบทางโรงแรมไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาผิดกับพนักงานโรงแรม ผู้จัดการโรงแรม ผู้ประกอบการตัวดีอย่าเอาเปรียบสังคมต้องช่วยกัน