จากกรณีนายอภิชาติ หรือเทนนิส เสริมสิน อายุ 19 ปี นศ.ปี 1 เอกธุรกิจคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ใช้ปืนยิงท้ายทอยของนายณัฐวุฒิ สิงห์สร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 เอกรัฐประศาสนศาสตร คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ภายในห้องน้ำ บาดเจ็บสาหัส จนตำรวจจับตัวได้ โดยนายอภิชาติ รับสารภาพว่าเจอนายณัฐวุฒิในห้องน้ำ แล้วถูกมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม จึงชักปืนยิงทันที เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยพบว่านายอภิชาตมีปมด้อยจากปัญหาครอบครัว เคยถูกกักขังในวัยเด็ก และมีประวัติรักษาอาการทางระบบประสาท ตามที่เสนอขาวไปแล้วนั้นความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงศักดิ์ สิงห์สร อายุ 60 ปี และนางซ่อนกลิ่น ชอฮะมงคล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 ต.สระแจง อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี พ่อแม่ของนายณัฐวุฒิ สิงห์สร หรือน้องโฉ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่ถูกนายอภิชาติใช้ปืนยิง และพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ล่าสุดนายณัฐวุฒิเสียชีวิตลงแล้วเมื่อเวลา 20.50 น. ของวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยในช่วงสายของวันที่ 11 ส.ค. ทางครอบครัวจะนำศพเตรียมเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อยังจังหวัดสิงห์บุรี บ้านเกิด
โดยมีนายเกรียงศักดิ์และนางซ่อนกลิ่น พ่อและแม่ของผู้ตาย เป็นผู้ดำเนินการพร้อมแฟนสาว ซึ่งทุกคนยังอยู่ในอาการโศกเศร้า จากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาทางคู่กรณีนำเงินมาช่วยเหลือในขณะที่พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจำนวน 2 ครั้งรวม 40,000 บาท เพื่อให้ใช้จ่ายในโรงพยาบาล แต่ในเรื่องของคดี ตนให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด“ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้ เนื่องจากมีลูกชายเพียงคนเดียว อนาคตไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรจะดำเนินชีวิตอย่างไรและ ยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะทำใจได้ ก่อนหน้านี้วางแผนชีวิตไว้ว่าภายในอีก 2 ปีหน้า จะสุขสบายมากกว่านี้ เนื่องจากลูกชายเรียนจบและรับปริญญาออกมาสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ขาดที่พึ่งสิ่งสุดท้ายของชีวิตแล้ว สำหรับสภาพจิตใจตอนนี้บอกตามตรงว่ายังทำใจไม่ได้ และยังโกรธแค้นอยู่ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ถือว่าเป็นเวรกรรมของลูกชายที่ต้องมาเจอคนแบบนี้” พ่อแม่ น้องโฉ กล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการนำศพออกจากโรงพยาบาลนั้น มีผู้ปกครองของนายอภิชาติคู่กรณี เดินทางมายังโรงพยาบาลหลังทราบข่าวว่านายณัฐวุฒิเสียชีวิต โดยมาขอโทษนายเกรียงศักดิ์และนางซ่อนกลิ่น ซึ่งอยู่ในอาการเสียใจเช่นกันและร้องไห้ โดยบอกว่าขอโทษและขอให้อโหสิกรรมให้กับลูกชายของตนด้วย ที่กระทำต่อนายณัฐวุฒิ

ขณะที่ นางซ่อนกลิ่น กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากมองหน้าแล้ว เพราะว่าฉันยังทำใจไม่ได้ โกรธมากที่จะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่โรงพยาบาลแล้ว จะนำศพของลูกชายขึ้นรถไปบำเพ็ญกุศลต่อยังวัดสามัคคีธรรม ต.สระแจง อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อดำเนินการตามประเพณี

ด้าน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก. สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า นายณัฐวุฒิเสียชีวิตลงแล้ว โดยสั่งการเพิ่มเติมมายังผู้กำกับสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน สารวัตรสอบสวนที่ควบคุมดูแลในคดี ดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ทราบว่าไปรักษาตัวที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังโรงพยาบาลแล้ว และนัดเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาภายในวันนี้

โดยจะมีทั้งทนายของผู้ต้องหาไปร่วมรับฟังด้วย หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ ส่งบันทึกแจ้งข้อกล่าวหารายงานให้ทางศาลจังหวัดนครปฐมทราบ โดยจะแนบคำร้องฝากขังเดิม ซึ่งเราขอฝากขังผู้ต้องหากับศาล ขั้นตอนต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ที่จะยกคำร้องหรือจะเรียกผู้ต้องหามาวางหลักทรัพย์ในการประกันตัวเพิ่มเติมหรือไม่ ก็ขอให้เป็นดุลพินิจของศาลสำหรับข้อกล่าวหาที่แจ้งเพิ่มเติมนั้นเป็นข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา