ความคืบหน้าคนร้ายที่ลงมือฆ่ายัดถัง “น้องแอ๋ม” พนักงานร้านคาราโอเกะ ล่าสุด ตำรวจสืบภาค 4 สอบปากคำคนใกล้ชิด “น้องแอ๋ม” หญิงสาวที่ถูกฆ่าหั่นศพแล้ว 7 ปาก เบื้องต้นยังไม่ใช่ผู้ต้องหา เพียงสอบปากคำเอาข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงคดี ขณะที่ตำรวจอีกชุดลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามรอบเส้นทางผู้ตายก่อนถูกพบเป็นศพ ฆาตกรยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นใคร แต่เฝ้าระวังจับตากลุ่มต้องสงสัย

ขณะที่นายนายศักดิ์ชัย บาตรเต็มดี อายุ 35 ปี สามีผู้ตาย ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ พร้อมให้การว่าแต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมาตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะย้ายไปทำงานด้วยกันที่ กทม. ส่วนตัวทราบดีว่าผู้ตายเคยคบหาสาวหล่อมาก่อน ซึ่งตนทราบว่าชื่อ “ป็อปปี้” แต่หลังแต่งงานตนต้องออกต่างจังหวัดบ่อยๆ เพราะทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แฟนสาวจึงไปอยู่กับญาติที่ จ.ชัยนาท และพบรักกับสาวหล่ออีกคนชื่อ “เบ็น”

ด้าน พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 ร่วมกันสอบปากคำ นายศักดิ์ชัย สามีที่ถูกต้องตามกฏหมายของผู้ตายอย่างละเอียด รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนจดบันทึกคำให้การไว้ทั้งหมด ไล่เรียงเรื่องราวตั้งแต่แต่งงานกันเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้ตายจะขอกลับมาที่ขอนแก่น อ้างว่าจะไปพักกับผู้เป็นยาย แต่กลับมาพักกับสาวทอมคนสนิทคนเดิม

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ เปิดเผยว่า แม้จะพุ่งเป้าเรื่องชู้สาวมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ตัดเรื่องชิงทรัพย์และทะเลาะวิวาททิ้ง มั่นใจว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 – 3 คน โดยเฉพาะการโอนเงินของผู้ตายครั้งสุดท้ายว่าโอนไปให้ใคร เพราะทราบว่าผู้ตายไปโอนเงินที่หน้าร้านสะดวกซื้อแถวหน้ามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนหายตัวไป

แม้ว่านายศักดิ์ชัยจะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะก่อเหตุฆาตกรรมภรรยาอันเนื่องมาจากความโกรธที่ภรรยาย้อนกลับมาหาสาวทอมอีกรอบ แต่จากหลักฐานพบว่าขณะเกิดเหตุนายศักดิ์ชัยอยูในสถานที่อื่นที่วันเวลาไม่ตรงกับวันก่อเหตุ อีกทั้งพยานแวดล้อมหลายปากที่ยังทำให้เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้