กกต.สมชัย ออกโรงการันตี 4 กิจกรรมทำไม่ได้ ถ้าไม่คลายประกาศ คสช.ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง ชี้พรรคทำกิจกรรมช้าอาจเสี่ยงหมดสิทธิส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งครั้งหน้า

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ให้ความเห็นถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ผ่อนปรนคำประกาศห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยระบุว่า

ปลดล็อค ไม่ปลดล็อค. ทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้  พรป.พรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2560 เป็นวันแรก จะครบ 90 วัน ในวันที่ 5 มกราคม 2561 และครบ 180 วัน ในวันที่ 5 เมษายน 2561 ทั้งพรรคการเมือง กรธ. และ กกต.ก็ประสานเสียงให้ คสช.ปลดล็อคพรรคการเมือง โดยยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมือง ดำเนินการประชุม ดำเนินกิจกรรมใดๆทางการเมือง ห้ามจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมือง และ ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนพรรคการเมืองของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราว ว่าถึงคราวที่ควรปลดล็อคกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ได้แล้ว

โดยอ้างเหตุว่าปฏิทินเริ่มนับหนึ่ง. หากครบ 90 วัน ครบ 180 วันแล้ว หากพรรคทำสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน พรป.พรรคการเมืองไม่เสร็จ จะไม่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนจากกองทุนฯและ ไม่มีสิทธิ์ส่งผู้แทนลงรับสมัครรับเลือกตั้ง

ก. ไม่ปลดล็อค. ก็ทำได้

(1) แจ้งเปลี่ยนแปลงสมาชิกที่แตกต่างจากทะเบียนเดิมที่แจ้งไว้กับ กกต. ภายใน 90 วัน

(2) แจ้งทุนประเดิม 1 ล้านบาท โดยสามารถใช้เงินและทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว ภายใน 180 วัน

(3) ให้สมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรครายปี ภายใน 180 วัน

 

(4) ให้สมาชิกพรรค ไม่น้อยกว่า 5,000 คน ชำระค่าบำรุงพรรครายปี ภายใน หนึ่งปี และไม่น้อยกว่า 10,000 คน ในสี่ปี

ข. ไม่ปลดล็อค ทำไม่ได้

(1) รับสมัครสมาชิกเพิ่ม ในกรณีที่ยังมีสมาชิกไม่ถึง 500 คน ภายใน 180 วัน

(2) จัดประชุมใหญ่ เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค เลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ภายใน 180 วัน

(3) จัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้ครบถ้วน ภายใน 180 วัน

(4) พรรคใหม่ จะจดทะเบียนพรรคใหม่ และดำเนินการตาม พรป. กกต. จะกระทำมิได้ (อันนี้ไม่มีกรอบเวลา)

ทุกข้อ ยกเว้น ก.(4)ข้อเดียว หากไม่สามารถทำได้ตามกำหนด  พรรคจะไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นคราวหน้าได้ ปลดล็อคช้าเพียงไร พรรคเก่ามีโอกาสทำไม่ทัน เตรียมตั้งพรรคใหม่ รอได้เลยครับ หมายเหตุสิ่งที่นำเสนอเป็นการวิเคราะห์ส่วนตัว มิได้เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แต่ประการใด