นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และสาระสำคัญคือการเพิ่มโทษให้มีอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะโทษปรับนายจ้างสูงสุด 8 แสนบาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน

เรื่องนี้ ยอมรับว่า มีผลกระทบทันทีกับอุตสาหกรรมร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็ก เชื่อว่าอย่างน้อยทั่วประเทศไม่น่าต่ำกว่า 30% แน่ๆ เพราะต้องยอมรับว่าแรงงานที่เข้ามา บางทีร้านอาหารต่างๆ ก็รับไว้ทำงาน โดยที่ไม่ได้ขอดูใบรับรองว่าทำงานประเภทนั้นๆ ได้หรือไม่ เพราะปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการคือ ต้องการจ้างแรงงาน แต่แทบไม่มีคนไทยเข้ามาทำงานด้านนี้เลย ทั้งตำแหน่งเสิร์ฟ ล้างจาน ถ้าเราไม่รับแรงงานจากเพื่อนบ้าน ธุรกิจก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

“ถ้ารัฐบาลจะเอาจริงกับการแก้ปัญหานี้ เชื่อว่าไม่เฉพาะพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายก๋วยเตี๋ยว ขายอาหารตามสั่งตามริมฟุตปาธ รวมไปถึงตามร้านอาหารเอง โดยเฉพาะร้านระดับกลางลงไป โดนกับทั่วอย่างแน่นอน เพราะอย่างตำแหน่งล้างจาน หรือแม้แต่เสิร์ฟ ก็หายากมาก ต้องพึ่งพาพี่น้องแรงงานจากเพื่อนบ้าน และร้านระดับนี้ ไม่ได้มีระบบฝ่ายบุคคลเหมือนกับร้านขนาดใหญ่ หรือในรูปแบบบริษัท การคัดกรองจึงไม่ได้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งจริงๆ แล้ว รัฐบาลน่าจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าสัก 3 เดือนก็ยังดี ให้ผู้ประกอบการพาแรงงานที่มีใบอนุญาตผิดประเภทไปแก้ไขให้ถูกต้องก่อน ดีกว่าจะประกาศทันทีแบบนี้ ซึ่งตนขนาดเป็นนายกสมาคมฯ ยังไม่เคยได้รับสัญญาณจากพ.ร.ก.ฉบับนี้เลย มารู้ก็ตอนมีรายงานข่าวออกมา
นับจากนี้ไป ผู้ประกอบการร้านอาหารโดยเฉพาะร้านเล็กๆ จะทำธุรกิจได้ยากขึ้น เพราะบางร้านมีพนักงานล้างจานแค่คนเดียว แต่นายจ้างอาจจำเป็นต้องให้ออก หรือไม่ก็กลับไปทำใบอนุญาตให้ถูกประเภท สุดท้าย นายจ้างก็ต้องเร่งหาแรงงานคนใหม่ ก็จะเกิดความตึงตัวระหว่างดำเนินธุรกิจมากขึ้น และเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ก็อยากเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานออกมาจัดบูธตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้นายจ้างพาแรงงานที่มีใบอนุญาตผิดประเภท ไปเปลี่ยนใบอนุญาตให้ถูกต้อง กำหนดระยะเวลาว่าสักกี่เดือนถึงจะมีผลทางกฎหมายจริงๆ ไม่เช่นนั้น ร้านอาหารริมทางเดินจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะตายหมด เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเองก็เห็นชัดว่าเป็นแรงงานไทย หรือแรงงานเพื่อนบ้าน ยอมรับเลยว่าธุรกิจหลายๆ เจ้ามีสะดุดแน่ เพราะตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่านายจ้างให้แรงงานออกบ้างแล้ว เพราะถ้าโดนจับขึ้นมาคงไม่คุ้มค่าปรับอย่างแน่นอน”นางฐนิวรรณ กล่าว

ด้านน.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวยอมรับว่า กลุ่มโรงแรมที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ คือ กลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาวลงไป รวมถึงกลุ่มโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เพราะกลุ่มนี้ จำเป็นต้องประหยัดงบประมาณต้นทุนการบริหารจัดการองค์กร จนบางทีอาจรับแรงงานที่มีใบอนุญาตไม่ตรงกับประเภทงานเข้ามาทำงาน

ส่วนโรงแรมระดับ 4 ดาว ยิ่งถ้าเป็น 5 ดาว กลุ่มนี้ ไม่น่าจะมีแรงงานที่มีใบอนุญาตผิดประเภทแน่นอน เพราะจะมีฝ่ายทรัพยากรบุคคลคอยตรวจสอบอยู่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในปัจจุบัน ต่างขาดแรงงานเข้ามาอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคนไทยอาจไม่สนใจงานด้านนี้ หรือมีจุดอ่อนด้านภาษา จนเราต้องพึ่งพาแรงงานจากเพื่อนบ้านเข้ามา ซึ่งค่าจ้างแรงงานอาจจะถูกกว่าคนไทยด้วย