จากกรณีเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด(ปส.3) นำกำลังชุดสยบไพรี บช.ปส.และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 จัดปฏิบัติการชัยยะ สงบไพรี 61/3 บุกเข้าตรวจค้นเครือข่ายแก๊งยาเสพติด กว่า 15 จุด ในกรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมนายวันเฉลิม กมลเลิศ หรือ โน๊ต ดินแดง แก็งยาเสพติดรายใหญ่ และ นายปาหุณ กมลเลิศ หรือ ซ่า นายแบบโฆษณาและนักร้องลูกทุ่งที่ประกวดตามรายการต่างๆ รวมทั้งอดีตเป็นนักฟุตบอลอาชีพไทยแลนด์ลีกหลายสโมสร ซึ่งเป็นพี่ชายของ โน๊ต ดินแดง นั้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. แถลงข่าวผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/3 กวาดล้างจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด และทำลายเส้นทางการเงินขบวนการกว่า 70 เป้าหมาย ในช่วงวันทรา 20 ม.ค. – 14 ก.พ. ทลาย 3 เครือข่ายใหญ่และเครือข่ายย่อย ได้ผู้ต้องหา 63 คน ยาบ้า 404,695 เม็ด , กัญชา 202 กิโลกรัม , ยาอี 2,830 เม็ด , ไอซ์ 673 กิโลกรัม อาวุธปืน 11 กระบอก กระสุน 173 นัด , รถยนต์ 33 คัน , รถจักรยานยนต์ 13 คัน , บ้าน/คอนโดมิเนียม 22 หลัง , โฉนดที่ดิน 27 แปลง นอกจากนั้นยังมีทองรูปพรรณ มูลค่า 20,462,000 บาท , เงินสด 19,244,738 บาท และอื่นๆ มูลค่าประมาณ 5,026,238 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ประมาณ 241,740,590 บาท

โดยเครือข่ายแรกเป็นของ นายจิรัฎฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือจรัล คำสด หรือ เอกอ้วน พร้อมพี่เขย ที่ถูกจับกุมและยึดทรัพย์ไปก่อนหน้านี้กว่า 300 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดนำไปสู่การจับกุม น.ส.ศุภรัตน์ ยืนยิ่ง และ นางยุวดี โครตขาว ภรรยาและแม่ยายของนายเอกอ้วน หลังสืบทราบว่าทั้ง 2 ถูกใช้ชื่อให้ถือครองทรัพย์สินแทน ยึดบ้านและคอนโดมิเนียมที่พัทยา จ.ชลบุรี มูลค่ารวมกว่า 159 ล้านบาท

เครือข่ายที่ 2 เป็นของนายวันเฉลิม กมลเลิศ หรือโน๊ต ดินแดง ระดับผู้สั่งการขนยาบ้า 4 ล้าน เม็ด , ยาไอซ์ 31 กิโลกรัม , เฮโรอีน 4 กิโลกรัม , เคตามีน 40 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อมโยงกับนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย และนายอัครกิตติ์ วรโรจนเจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นำไปสู่การจับกุมนายปาหุณ กมลเลิศ หรือซ่า นักร้องลูกทุ่งอิสระและอดีตนักฟุตบอลสโมสร พีทีที ระยองและนายพจนารถ เพิ่มพูน คนสนิทที่รับฝากทรัพย์สินของนายโน๊ต พร้อมยึดทรัพย์เป็นบ้าน และรถหรูขบวนการได้กว่า 50 ล้านบาท

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า การขยายเครือข่ายของ โน๊ต ดินแดน ขณะนี้ เจอปรากฎการณ์ของ บอย และเบนซ์ เรซซิ่ง ซึ่งนายโน๊ต เป็นกลุ่มแข่งรถบิ๊กไบก์ เข้ามายึดครองพื้นที่ยาเสพติดของนายณัฐพล หรือบอย ทั้งหมด โดยขบวนการนี้จะใช้แก๊งรถหรูและบิ๊กไบก์เป็นตัวบังหน้าในการรวมตัวเพื่อนัดส่งยา มีข้อมูลจากนักแข่งรถจากต่างประเทศว่าการแข่งขับรถประเภทต่างๆจะมีการนำยาเสพติดมาจำหน่ายและกระจายบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกลุ่มรถซิ่งประเภทเด็กแว้น ที่แข่งรถตามถนนสาธารณะต่างๆ จึงสั่งการให้ขยายผลตรวจสอบไปยังกลุ่มรถซิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นผึ้งรัง หนึ่งของ ไซซะนะ ซึ่งเราไปเจอธุรกิจที่ประสานกับผู้ถือหุ้น สัญชาติลาว เปิดโรงแรมที่ จ.เชียงใหม่ เปิดธุรกิจขายรถ และเปิดรีสอร์ท เพื่อฟอกเงิน โดยนายโน๊ต ดินแดน มีสิ่งผิดกฎหมายเยอะมาก

“ส่วน นายปาหุณ ซึ่งเป็นพี่ชายของนายโน๊ตนั้น จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มดังกล่าวมีความพยายามที่จะปั้นนายปาหุณ ถูกปั้นขึ้นมาให้เป็นดารา นักแสดง ให้เป็นคนถือหรือครองทรัพย์แทน ซึ่งถือว่าเป็นการฟอกเงินรายหนึ่ง ใช้ดาราถือของแทน จึงสามารถหลีกเลี่ยง ตำรวจ เนื่องจากดารามีรายได้สูงกว่าคนทั่วไป จะไม่ผิดสังเกต และยังพบว่านายปาหุณขายยาเสพติดให้กับกลุ่มดาราในวงการหลายคน แต่เจ้าหน้าที่เปิดเผยไม่ได้ ในส่วนของการจับกุม นายปาหุณ นั้น สามารถจับได้ที่อพาต์เม้นต์ แห่งหนึ่ง ย่านดินแดน ซึ่งเป็นอพาต์เม้นต์ เดียวกันกับที่ เบนซ์ เรซซิ่ง ไปหลบซ่อนอยู่ ก่อนจะออกมามอบตัว คาดว่าเป็นอพาต์เม้นต์ส่วนกลางในการหลับหนีหรือกบดาลของแก๊งนี้ “

“ ในส่วนของเน็ตไอดอล ลายสัก ที่มีการใช้เงินสดเดิมพันชกมวยนั้น ปล่อยให้เขาซ่าไปก่อน เดี๋ยวเจอกัน ตนไม่ปล่อยไว้แน่ คุณจะขายอะไรผมไม่รู้ คุณจะมีใครยิ่งใหญ่อยู่ข้างหลังก็ว่าไป แต่อย่าผิดมาแล้วกัน เดี๋ยวเจอกัน ไปถามเค้า รู้จักสมหมายไหม คุณเป็นใคร สักลายเต็มตัว ท้ากันไปกันมา คุณเห็นสื่อมวลชนเป็นอะไร คนดูเสียเวลาที่จะต้องมาอ่านคุณ แทนที่จะได้อ่านข่าวที่มีสาระ รกสมอง ประเทศไทยตกต่ำ เมื่อเจอพวกนี้เยอะๆ “

นอกจากนี้จากการสืบสวนและขยายผลจนพบว่าเครือข่ายยาได้จำหน่ายยาเสพติดให้กับร็อคเกอร์ชื่อดัง ย่านวัชรพล ที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้อีกด้วย