กรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และสัตว์คุ้มครองอีกหลายชนิด โดยถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์ในการล่าสัตว์ป่าอีกจำนวนหนึ่งนั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มอีกข้อคือทารุณสัตว์ ล่าสุดรองผบ.ตร.นำ ตร.กรมป่าไม้บุกตรวจรัง เย็น รีสอร์ตหรู ที่ภูเรือ จ.เลย สั่งดำเนินคดีฐานบุกรุกป่ากว่า 6 พันไร่ พร้อมสอบเพิ่มต้องสงสัยเข้าข่ายฟอกเงินด้วย ด้านนายนพดล อดีตบิ๊กกรมอุทยานฯ เข้าพบตร.ปทส.แล้ว ยอมรับเป็นคนประสานติดต่อขอให้เจ้าสัวเข้าป่าทุ่งใหญ่ฯ ขณะที่อธิบดี อุทยานฯ สั่งตั้งกก.สอบปมลักลอบเข้าพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขีดเส้นรู้ผล 30 วัน นั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) เปิดเผยว่า ผลการเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ ภายในรถกระบะ โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีครีม ทะเบียน 7 กค2192 กทม. ของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด มหาชน พบลายนิ้วมือแฝงจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าลายนิ้วมือเป็นของบุคคลใดบ้าง ซึ่งต่อจากนี้พฐ.จะนำลายนิ้วมือที่เก็บได้ภายในรถทั้งหมดไปเปรียบเทียบเพื่อพิสูจน์ทราบบุคคล เชื่อมโยงการเกิดเหตุว่ามีการยิงปืนล่าสัตว์จากภายในจริงหรือไม่

จากการตรวจสอบจุดซ่อนปืนภายในรถ จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการดัดแปลงรถเพื่อซุกซ่อนปืน รวมถึงไม่พบดีเอ็นเอสัตว์ป่าภายในรถด้วย ส่วนผลการตรวจลายนิ้วมือแฝง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางจะเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบให้เร็วที่สุดภายใต้กรอบระยะเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตาม กองพิสูจน์หลักฐานกลางนำรถกระบะของกลาง ส่งกลับไปยัง สภ.ทองผาภูมิ เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว กล่าวว่า นายเปรมชัย พร้อมพวก ถูกแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่พนักงานสอบสวนกำลังประสานกับทนายความของนายเปรมชัย เพื่อออกหมายเรียกให้ทั้ง 4 คน มาให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหาตามที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ร้องทุกข์ไว้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดให้นายเปรมชัย พร้อมพวกมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 26 มี.ค.61 เป็นนัดแรก

ด้านนายวิเชียร ภายหลังจากเกิดเหตุต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหารือกับผู้ใหญ่ในกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบปากคำและติดตามความคืบหน้าของคดี และวานนี้ยังได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุที่บริเวณห้วยปะชิ ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่นายเปรมชัยกับพวก เดินทางเข้ามาตั้งแคมป์และลักลอบล่าสัตว์ป่า เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมจำลองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกขั้นตอนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งจุดที่เป็นบริเวณพื้นที่ที่ใช้ในการยิงเสือดำด้วย

นายวิเชียร ระบุว่า ไม่มีความกังวลหรือเครียดแต่อย่างใด และพร้อมที่จะทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนยังมีขวัญและกำลังใจที่ดี ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลผืนป่าและปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าต่อไป แต่ในส่วนของคดี ไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ ในตอนนี้