12 ม.ค. 61 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีราคาอาหารและเครื่องดื่ม ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง มีราคาสูงผิดปกติว่า  การท่าอากาศยานเป็นผู้ดูแลสนามบินประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินหาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย และภูเก็ต โดยอนุญาตให้เอกชนเข้าไปดำเนินการจัดสรรพื้นที่เชิงพาณิชย์ และให้ร้านค้าย่อย ซึ่งบริษัทเอกชนที่ประมูลได้จะเป็นผู้จัดสรรแบ่งให้เช่า ซึ่งตามสัญญาที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีการระบุถึงรายได้ที่เอกชนมีสิทธิ์ 2 เรื่อง คือ 1. เก็บค่าเช่าที่ โดยอาจจะมีราคาตั้งแต่ 350 – 500 – 700 บาทต่อ ตร.ม. แล้วแต่กรณี แต่ห้ามเก็บเกินจำนวนนี้  อีกสัญญาคือสัญญาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการจัดสรรขายสินค้า อาหาร หรือทำกิจการใดๆ ให้เอกชนเก็บได้ไม่เกิน 20% ของยอดบิลสินค้า และห้ามมิให้เอกชนไปดำเนินการเก็บหรือเรียกร้อง หรือเก็บค่าสิทธิใดๆ เพิ่มขึ้นเด็ดขาด อีกทั้งมีข้อบังคับไว้ว่า ในสัญญานี้เอกชนจะต้องควบคุมไม่ให้สินค้าในสนามบินสุวรรณภูมิ แพงกว่าราคา 25% ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการเซ็นสัญญาดังกล่าวในปี 2549 จะพบว่าขณะนั้นราคาก๋วยเตี๋ยวชามนึงไม่เกิน 60 บาท ซึ่งหากเก็บตามสัญญาราคาก็ควรจะไม่เกิน 70 กว่าบาท ขณะที่ตั้งแต่ที่มีการเซ็นสัญญา ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เคยเดินทางเข้าไปตรวจสอบในปี 50 – 51 และ 54 พบว่า ก๋วยเตี๋ยวมีราคา 200 บาทตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เตือนเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไปแล้ว

“ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรนี้ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ มีอธิบดีกรมอยู่ในกระทรวง และมีทั้งนักกฎหมาย ขณะนี้ยังมีผู้ที่จะขึ้นเป็นผู้พิพากษาระดับศาลฎีกานั่งเป็นกรรมการอยู่ด้วย แล้วปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น โดยที่ขัดต่อกฎหมาย” นายชาญชัยกล่าว

นายชาญชัย กล่าวอีกว่า เช้าวันนี้ตนได้ให้พรรคพวกที่เดินทางไปต่างประเทศ ช่วยถ่ายรูปเมนูอาหารส่งมาให้และพบว่า ก๋วยเตี๋ยวมีราคา 230- 250 บาท ข้าวผัดกระเพราราคา 200 กว่าบาท แต่เจ้าหน้าที่การท่าฯ ระดับผู้อำนวยการกลับออกมาชี้แจงว่าเป็นราคาที่ไม่แพง

“ผมว่าคนพูดคงไม่ได้ทำงาน แต่กินเงินเดือน 7 แสน จึงอยากฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่า เรื่องนี้มีความเป็นมาคือมีการไปเรียกเก็บเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะที่ห้ามเก็บ โดยเอาพื้นที่ไปให้บางบริษัทไปเช่าช่วง แล้วเอาไปขายต่อ ในสัญญานี้เก็บเงินถึง 180 ล้านบาทเฉพาะไปจัดเรื่องร้านอาหาร และที่แปลกคือในสัญญานี้ก็ยังมีพื้นที่ที่จัดเอาไว้สำหรับไปขายอาหาร ภรรยาคุณวิชัย รักศรีอักษรเป็นคนมาเช่าพื้นที่ จากบริษัทคิง พาวเวอร์ สุวรรณภูมิ แล้วเอาไปให้เช่าช่วงต่อ โดยต้องจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะอีก 25 ล้าน ให้กับ บริษัทคิง พาวเวอร์ สุวรรณภูมิ แล้วบริษัท V&A ไปเรียกเก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะจากร้านค้ารายย่อยอีกทีหนึ่ง” นายชาญชัยกล่าว

นายชาญชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า เงินจำนวนที่เก็บไปทั้งหมดนี้ไม่ได้จ่ายเข้ารัฐเลยแม้แต่บาทเดียว และเมื่อตรวจสอบในรายละเอียดที่ต้องส่งให้กับการท่าอากาศยานก็พบว่า ในรายละเอียดดังกล่าวไม่แจ้งเงินตอบแทน หรือเงินแป๊ะเจี๊ยะเลย แต่มีการเรียกเก็บกันเอง แล้วเข้ากระเป๋าเอกชน โดยมีตัวเลขถึงหลักพันล้าน

ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดเฟซบุ๊กเพจเพื่อให้ประชาชน และผู้ที่ได้รับผลกระทบร่วมกันส่งรูปการขายสินค้าเกินราคาในทุกสนามบิน เพื่อโพสต์ประจาน 3 รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของท่าอากาศยาน ผู้บริหารสนามบินทั้งหมด

“เจ้าหน้าที่ของรัฐปล่อยปละละเลยได้อย่างไร ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นการทำลายภาพพจน์ของประเทศ เพราะตรงนั้นเป็นประตูเข้า – ออก เป็นห้องรับแขกของประเทศ ปล่อยให้บุคคลแค่กลุ่มเดียวมีผลประโยชน์ โดยประเทศเสียหายยับเยิน” นายชาญชัยกล่าว