จากกรณีทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ กกล.รส. คสช. นำกำลัง เข้า ควบคุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ วัย62 ปีหลังมีข้อมูลว่า โยงเหตุวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าโดยจากการค้นบ้าน แถวบางเขน พบวงจรระเบิด พร้อมอุปกรณ์ ต่างๆมากมายโดยผู้ต้องหายอมรับว่าไม่ชอบทหาร ไม่ชอบรัฐบาล คสช. และในการปฏิบัติการครั้งนี้ พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาค1 ได้นำตรวจค้นที่บ้านคนร้ายด้วยตนเอง ต่อมามีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงว่า ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มแกะรอยจากกล้องวงจรปิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กระทั่งพบ นายวัฒนา เป็นบุคคลต้องสงสัย และจากการสะกดรอยนานกว่า1สัปดาห์ ก็พบว่า นายวัฒนา มักจะจอดรถไว้ที่กฟผ. ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ก่อนขึ้นโดยสารรถประจำทางไปยังสถานที่เป้าหมาย ซึ่งพบว่า นายวัฒนา เดินทางไปโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย แต่ไม่ทราบว่าเดินทางไปทำอะไร จึงชิงเข้าควบคุมตัวไว้ก่อนหวั่นจะก่อเห

ภูมิใจแทนพี่จ๊อด!!!

คนใจชั่วยิ่งกว่าไอซิส บังอาจวางระเบิดโรงพยาบาล

วางระเบิดห้องวงษ์สุวรรณเป็นสัญลักษณ์ตี คสช.

จะไปวางระเบิดต่อที่ศิริราช มหิดล และอีกโรงพยาบาลสำคัญ มันมุ่งตึกไหน ห้องไหน สัญลักษณ์อะไร

มันมุ่งทำร้ายใจคนทั้งชาติ

คนไทยต้องขอบใจคนกล้าตัดสินใจจับก่อนก่อเหตุใหม่

เดชะบุญบ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์ ตรวจค้นจับหลักฐานเพียบจนต้องจำนน

ระวังกำลังจะรับเหมาว่าทำคนเดียว เพื่อตัดตอนผู้ร่วมแก๊งอั้งยี่

ระวังหวยจะออกว่า เป็นคนเสียสติเช่นเดียวกับคนทุบพระพรหม ฯลฯ

มันเตี๊ยมกันเยี่ยมมากนะ

       อย่างไรก็ตามสำหรับพลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1,นายทหารพิเศษประจำหน่วยทหารรักษาพระองค์ สังกัดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2503 มีชื่อเล่นว่า แดง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกเล่นของบุคคลทั่วไปว่า ผู้การแดง เป็นบุตรชายคนโตของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่มีบทบาทในเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 กับ พ.อ.หญิง คุณหญิง อรชร คงสมพงษ์ ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ (นามสกุลเดิม-ศิริจรรยา) อาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย